int comparison vs double comparison

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ได้ไปเถียงกับ postdoc ที่ค่อนข้างมั่นใจในตัวเอง และปากดีพอตัว เค้าเป็น super expert ใน statistic แต่ในเรื่องเขียนโปรแกรมเนี่ยผมว่าไม่ค่อย expert(แต่เก่งพอตัวแหละ) ประเด็นมีอยู่ว่า มี function นึงที่ expensive สุด ๆ และถูก call บ่อยโคตร ๆ เพราะฉะนันสมควรต่อการ optimize มาก postdoc ต้องการให้ผมเขียน array ของจำนวนเต็มโดยใช้ Library ที่มีอยู่แล้วด้วยซึ่งมันดั๊นรับได้แต่ double แต่ว่ามี method เท่ๆ แบบ inverse และ decomposition แทบทุกแบบ (point เค้าก็ดีนะ) ผมก็เถียงกลับไปว่า (จะบ้าหรอ)double comparison เนี่ยช้ากว่า integer comparison สุด ๆ และ fancy matrix operation เนี่ยไม่มีความหมายในปัญหาที่เรากำลังทำ (ถ้ารู้ assembly งู ๆ ปลา ๆ ก็จะรู้ว่า int comparison เนี่ย CMP หนึ่งอัน double comparison เนี่ย ทั้ง CMPSS JUMP MOV RET และอื่น ๆ อีกมากมาย)

แล้ว postdoc คนนั้นก็พยายาม disprove ผมด้วยการเขียน code ดังนี้

Continue Reading 1 comment April 1st, 2008

โปรแกรมค้นหารหัสไปรษณีย์แบบง่าย ๆ

ดาวน์โหลดที่นี่ครับ

ใช้ OpenOffice Base (หรือ ที่นี่) เปิดนะครับใครใช้ mac ก็ใช้ NeoOffice เปิดได้นะครับ

วิธีใช้คือเปิด File แล้วก็เลือก Form จากเมนูทางซ้าย แล้วก็ double click Search นะครับ

Credit:: ฐานข้อมูลเอามาจากเว็บนี้อ่ะครับ http://www.g2gnet.com/News/activenews_view.asp?articleID=69 เค้ามีโปรแกรมค้นหาอยู่แล้วแต่ดันไม่ cross platform อ่ะครับ ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

Add comment January 31st, 2008

เกิดสงสัยว่า เงินเดือนในหลวงเท่าไหร่

ก็ไปหามาจากสำนักงบประมาณเว็บสวย ใช้ง่ายขอชม ได้ความว่า(เดานิดหน่อย) ว่าเงินเดือนในหลวงคือปีละ 65 ล้านบาท(4.1.3) ~ เดือนละ 5 ล้านกว่าบาท เขียนไว้เผื่อใครสงสัยเหมือนกัน ส่วนอื่นที่เหลืออีกเกือบแปดร้อยล้านผมว่าน่าจะเรียกว่าสวัสดิการมากกว่า

เพื่อเป็นการเปรียบเทียบ เงินเดือนนายกรัฐมนตรี ปีละ 1.4 ล้าน (เดือนละแสน)
เงินเดือนนายกสิงคโปร์(แพงที่สุดในโลก) 3.1 ล้านดอลสิงคโปร์ต่อปี ~60 ล้านบาท
(update) เงินเดือนประธานาธิบดีสหรัฐ 400,000$ ต่อปี ~ 12-16 ล้านบาท http://www.c-span.org/questions/weekly18.htm
http://www.bb.go.th/budget/bu/blue51/25002.pdf

6 comments December 28th, 2007

Prisoners Dilemma ฉบับ เติ้ง-วัฒนา

ผลการเลือกตั้งครั้งนี้น่าสนใจมากครับสำหรับผม คุณบรรหาร ดั้นไปจับมือ กับคุณวัฒนา ตอนที่ กกตประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการตอนที่ พปชอยู่ที่ 223 แล้วผมเดาว่าเชื่อว่า ตัวเลขจะไม่เปลี่ยนไปจากนี้จากนั่นคือ ตอนที่มันเป็น 223 เนี่ย ผมยังแอบนึกในใจว่า บรรหารมันฉลาดว่ะไป co กับวัฒนาก่อนแล้ว นั่นคือเห็นแน่นอนว่า พปช ต้องง้อ ไม่คนใดก็คนหนึ่งในสองพรรคนั้นแน่นอน ซึ่งถ้าเค้าง้ออีกคนหนึ่ง อีกคนหนึ่งรจะต้องตกกระป๋องไป เพราะฉะนั้นจับมือกันบอกว่าเราจะอยู่ด้วยกัน เป็นการการันตีว่ายังไง๊ฉันก็ได้เป็นรัฐบาล เป็นการ cooperate แบบ win-win Deal นี้ก็เลยน่าสนใจมาก สำหรับทั้งสองพรรค สำหรับพรรคที่ไม่ค่อยจะมีอุดมการณ์เข้าไปในสภากะนั่งเก้าอี้อย่างเดียวไม่ได้ตั้งใจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงไปในส่ิงที่ตนเชื่อว่าถูก แล้วผมเชื่อว่านี่คือเหตุที่ Deal นี้เกิดขึ้น
สรุปได้เป็นดังนี้คือ

วัฒนา/เติ้ง เติ้งเอา เติ้งไม่เอา
วัฒนาเอา + 0
วัฒนาไม่เอา 0 0

จากตารางข้างต้นจะเห็นได้ว่า clear choice ที่ต้องเลือกนั่นคือ เอา Deal นี้แน่นอน

คราวนี้พอหลังจากกกตประกาศว่าจริง ๆ แล้วพปชได้ 233 นะจ้ะเพิ่มมาเยอะมาก มันก็มีอยู่ว่า พปช ไม่มีความจำเป็นจะต้องง้อสองพรรคนี้แม้แต่พรรคเดียว กลายเป็นว่าถ้าเรื่องมากเนี่ย ไปเป็นฝ่ายค้านทั้งคู่ซะ แต่ถ้าจะมาเนี่ย พปช คงอยากได้แค่พรรคเดียว ตารางก็เปลี่ยนไปเป็น (น่ารัก = รักษาสัญญา) (ไม่น่ารัก = ไม่รักษาสัญญา)

วัฒนา/เติ้ง เติ้งน่ารัก เติ้งไม่น่ารัก
วัฒนาน่ารัก ค้านทั้งคู่ เติ้งรัฐบาล/วัฒนาค้าน
วัฒนาไม่น่ารัก เติ้งค้าน/วัฒนารัฐบาล แล้วแต่ดวงว่าพปชเลือกใคร

เพราะฉะนั้น….ด้วยความเป็นพรรคการเมืองไร้อุดมการณ์ของทั้งสองแล้ว ผมเดาว่า มีคนหักหลังอีกคนชัวร์ป้าด จริง ๆ ก็ไม่ชัวร์หรอก แต่ว่ามีคนเขา survey ด้วยคำถามคล้าย ๆ แบบนี้ว่า จะน่ารักหรือไม่น่ารัก (จริง ๆ ก็เทียบไม่ค่อยได้)ผลปรากฏว่า 60% หักหลังอีกคน http://en.wikipedia.org/wiki/Prisoner’s_dilemma

3 comments December 26th, 2007

สติหายไปจากคนไทยแล้วหรือ

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9500000144301

ไปอ่านข่าวนี่มาว่า สถานีตำรวจจะทำให้มี Bio-diesel เพื่อสนองตามพระราชดำรัสในหลวงเมื่อวาน

คือในฐานนะนักวิทยาศาสตร์ ผมไม่อยากขัดแต่อยากถามว่า…ได้คิดศึกษาผลกระทบแบบเป็นกลางหรือยัง ว่าใช้แล้วมันถูกกว่าในระยะสั้น ระยะยาว ระยะกลาง และ มีความเสี่ยงอย่างไร และจะมีผลกระทบอย่างไรกับสิ่งแวดล้อม และจะต้องปลูกเท่าไหร่ โรงงาน process เท่าไหร่ และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่อินโดนีเซียถึงขั้นถางป่า ปลูกสบู่ดำ รักในหลวงไม่ได้ผิดอะไร แต่รักอย่างมีสติหน่อยสิ

เพราะผมเห็นกี่ทีนะครับ นักวิชาการทั้งหลายเนี่ย จบเอกจบโท แต่ไม่มีปัญญาจะวิจารณ์สิ่งที่ในหลวงคิดค้นอย่างนักวิชาการ เห็นมาหลายหัวแล้วครับ จบการศึกษาดี ๆ มาตรงแนวมา แต่วิจารณ์เป็นแค่ เศรษฐกิจพอเพียงดีเพราะในหลวงบอก ไร้สาระเป็นบ้า จริง ๆ นะ ใช่ในหลวงท่านก็ทรงฉลาดพอตัว และเป็นคนดี แต่สิ่งที่ท่านบอกท่านคิดค้นเนี่ยจะดีอย่างที่ท่านอยากให้เป็นหรือเปล่า ทำให้นึก รัชกาลที่หก ทรงเซ็งที่ไม่มีใครวิจารณ์งานเขียน ก็เลยต้องใช้นามปากกา

ก็เลยบ่นหน่อยว่า นักวิชาการทำตัวเป็นนักวิชาการหน่อยครับ

Add comment December 5th, 2007

อ่านตัวเลขแล้วต้องคิดนะครับ อย่าตกใจ

ไม่ได้อ่านประชาไท มาน้านนาน วันนี้ได้ไปอ่านมาหนึ่งอันแล้วหงุดหงิดมาก แต่โทษไม่ได้เพราะคนเขียนไม่ค่อยจะได้รู้เรื่อง สิ่งที่เค้าเขียนในทางเทคนิคเท่าไหร่ เอาตัวเลขมาหลอกให้คนกลัวได้ แต่ว่าเค้าไม่ได้เพราะเค้าไม่ได้ศึกษาด้านนี้โดยตรง แต่ที่จะว่าคือ การเลือกหลักฐานเพื่อสนับสนุน point ตัวเองโดยไม่ได้คิดเลยว่าตัวเลขพวกนั้นหมายความว่าอย่างไร ไม่ใช่วิสัยของนักวิชาการ คนอ่านมักจะตกใจโดยไม่ได้คิดอะไรเลย ดูได้จากปรากฏการสนธิ ที่คนเชื่อเข้าไปได้ -_-

บทความที่ว่า http://www.prachatai.com/05web/th/home/10448

อย่าไปมองว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลเถื่อนขออย่างเดียว ลองมองในส่ิงที่เขาเสนอ เฉย ๆ แล้วตัดสิน ผมก็ไม่ได้สนับสนุนให้หลับหูหลับตาตั้งหน้าตั้งตาทำโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เราต้องถามตัวเองก่อนว่าเราพร้อมจะสร้าง และดูแลหรือยัง ตอนนี้ผมก็ตอบไม่ได้ ผมรู้จักนักเรียนไทย ที่เรียน Nuclear Engineering แถวนี้คนเดียว ที่เมืองไทยรู้จักคนที่จบด้านนี้มาสองคน

แต่ก่อนอื่นผมเองเป็นนักวิทยาศาสตร์ผมเข้าใจว่าของพวกนี้มันทำงานอย่างไร แต่ผมไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือ ระเบิดนิวเคลียร์เป็นช้ินเป็นอันหรอกครับ ไม่ใช่ expertise ของผมต้องถามพวก engineer เอาว่าสร้างยังไง

เอาละการทำตัวเลขให้น่ากลัว(คล้ายกับวิธีการที่ Global Warming หลายคนทำ) ตัวเลขมันจริงแต่ไม่น่ากลัวถ้าเข้าใจว่ามันหมายความว่าอะไร

อย่างเช่นคุณใจเขียนว่า “เตานิวเคลียร์หนึ่งแห่งผลิตกากนิวเคลียร์ประมาณ 25-30 ตัน” อ่านไม่ดีก็จะบอกว่าโหตั้ง 25-30 ตันแหนะ ถ้าได้คิดหน่อยก็จะถามว่ามันแปลว่าอะไร(วะ) 25 ตันนี่เราต้องสร้างกี่ปี แล้ว 25 ตันเนี่ยมันเยอะขนาดไหน

ลองมาคิดกันว่าถ้าเมืองไทยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์หมดเนี่ย ปีนึงจะสร้างกากนิวเคลียร์กี่ตัน แล้วมันใหญ่ขนาดไหน
1000 MWe ใช้ 25 ตันต่อปี (1000 MWe ~ 80,000,000,000 kWe-hour ในหนึ่งปี (แปดหมื่นล้าน)) http://www.uic.com.au/wast.htm
เมืองไทยใช้พลังงานไฟฟ้า 200,000,000,000 kWe-hour(สองแสนล้าน) http://fridaycollege.org/index.php?file=energy&obj=forum.view(cat_id=en_news,id=16)

เพราะฉะนั้นถ้าเมืองไทยใช้พลังงานนิวเคลียร์หมดเลยเนี่ยจะใช้ fuel 62 ตันต่อปี

เอาหละถ้าได้คิดอีกหน่อยก็จะบอกว่า ไม่มีไอ้บ้าที่ไหนสร้างพลังงานในประเทศมาจาก นิวเคลียร์ 100% หรอก อย่างเช่นพลังงาน หนึ่งในหกของประเทศอเมริกาเท่านั้นที่มาจากหลังงานนิวเคลียร์

และ โรงงาน 1000 MWe ก็ไม่สามารถ operate ที่ full capacity ได้ทั้งปี (เดาว่าใช้ได้ 80% ของ spec ละกัน)

รวมเลขทั้งหมดนี้ประมาณการตัวเลขที่สมจริงขึ้นมาหน่อยได้ว่า 13 ตันต่อปี ถามว่ามันใหญ่ขนาดไหน

ความหน่าแน่น กากกัมมันตรังสี(ไม่ต่างจาก Uranium มาก) คือ….19 ตัน ต่อลูกบาศก์เมตร เพราะฉะนั้นเราผลิตกากนิวเคลียร์ ประมาณ 1 ลูกบาศก์เมตรต่อปี(90% เป็นพวกที่เก็บไว้ไม่เกินสิบปีก็ไม่เป็นอันตรายแล้ว(ที่เอาไปทำกระสุนตามที่คุณใจบอกในบทความ แต่เอาไปยิงคนในอิรัคหรือเปล่านี่ไม่รู้)) น้อยนิดกระจิ๋วริ๋ว

ไม่ได้เยอะมากมายขนาดนั้น ที่คุณใจบอกว่า 25-30 ตันเนี่ยเดาว่าคุณใจเค้าคงไปเอาตัวเลขมาโดยไม่ได้คิดว่าแปลว่าอะไร (หน่วยมันไม่ได้่บ่งบอกความน่ากลัวอะไรเลย)

แต่ถามผมว่าควรสร้างหรือเปล่า ผมจะบอกว่าไปรวม expert คนไทยมาก่อนแล้วให้เค้าทำรายงานมาให้คนดู นักการเมืองเถียงกันเรื่องวิทยาศาสตร์ มันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย

แล้วอีกอย่าง Nuclear Bomb กับ Nuclear Power Plant เนี่ยถึงจะมีคำว่า Nuclear เหมือนกัน หลักการคล้ายกัน ให้ไอ้คนที่มันทำ Nuclear Power Plant เป็นไปทำ Nuclear Bomb มันก็ทำไม่เป็นอ่ะครับ(แต่ถ้าศึกษาต่อก็พอทำได้ (เค้าเอานักฟิสิกส์มารวมหัวกันเพื่อทำลูกแรก ถึงหลายคนจะปฏิเสธเข้าร่วมก็ตาม))

นั่นแหละครับผมอยากฝากไว้แค่ อ่านอะไร อย่าตกใจ แต่ให้คิด อย่าหลอกตัวเองว่าเข้าใจ

http://fridaycollege.org/index.php?file=energy&obj=forum.view(cat_id=en_news,id=16)
http://www.21stcenturysciencetech.com/Articles%202005/Renewable.pdf ให้อ่านเล่น
http://en.wikipedia.org/wiki/Nuclear_fuel_cycle
http://cseserv.engr.scu.edu/StudentWebPages/IPesic/ResearchPaper.htm
http://en.wikipedia.org/wiki/Uranium

1 comment December 5th, 2007

เงินหมุนไปหมุนมา

อันนี้เขียนสั้น ๆ ไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ทนอ่านละกันครับ

ผมคิดเรื่องนี้ไว้ประมาณปีที่แล้ว เพราะวันนึงผมเกิดสงสัยอะไรง่าย ๆ ว่า รัฐบาลมีควรเก็บเงินเหมือนคนออมทรัพย์หรือไม่ เพราะหลายคนบอกรัฐบาลต้องประหยัด รัฐบาลต้องมีเงินเหลือเก็บ คำถามจริง ๆ ผมคือรัฐบาลจะเก็บเงินไว้ทำ(บ้า)อะไร (ไม่เขียนวันนี้แต่ว่า ผมคิดว่ารัฐบาลไม่ควรออมเงินเหมือนชาวบ้าน)

คำถามนี้ทำให้ผมคิดอะไรที่ผมดีใจตอนที่ผม realize fact อันนี้ ไม่ค่อยเกี่ยวกับ คำถาม original เท่าไหร่เลย คือ ผมคิดถึงวงจรของเงินว่า ในการหมุนของเงินระหว่างคนหนึ่ง(อย่างเช่นรัฐบาล) กับอีกคนหนึ่ง(ชาวบ้าน)เนี่ยมันเกิดอะไรขึ้น

เวลารัฐบาลซื้อของจากชาวบ้าน เราก็มีคำถามว่า ชาวบ้านเอาอะไรไปแลกกับรัฐบาล ตัดข้อยกเว้นที่ไม่ทำให้ main point เสียไปคำตอบคือ ชาวบ้านเอาทรัพยากรธรรมชาติมาแลก นั่นหมายความว่า ทุกครั้งที่เงินหมุน ทรัพยากรธรรมชาติหายไป แต่เงินในระบบก็ยังเท่าเดิม แต่ทรัพยากรธรรมชาติหายไป (ใน timeframe ~1ปี)

อันนี้ดูไม่ดีแน่ ทุกครั้งที่เงินหมุน เราเอาทรัพยากรที่จำกัดหายไป ผมก็เลยคิดหนักครับว่า ถ้ามองว่าเราแลกทรัพยากรธรรมชาติไปกับความว่างเปล่า ไม่ดีแน่ คำถามที่ผมถามตัวเองอีกทีคือเราได้อะไรกลับมาจาก ทรัพยากรธรรมชาติ หรือการที่เงินหมุนไปหมุนมา

หลังจากคิดไปอีกหลายวันผมก็คิดได้ว่า สิ่งที่ได้คืนมาจากการเสียทรัพยากรธรรมชาติไป คือ เทคโนโลยี ความรู้ ความเข้าใจทั้งหลาย เพราะทุกครั้งที่คนหนึ่งต้อง produce ของให้กับอีกคนหนึ่ง คนที่ทำของก็ต้องมีการ research และผลลัพธ์จากการ research น้นคือเทคโนโลยีทั้งหลาย

ผมคิดว่ามันคุ้มมากเลยนะเนี่ย ว่า เสีย reproducible(eventually) resource ไปได้ infinitely reproducible resource ออกมา :) ถ้าเราอยู่ในวงจรที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติไปเรื่อย ๆ แล้วเราไม่สร้างอะไรที่เป็น องค์ความรู้ออกมา เนี่ยเราเป็นตัวถ่วงอยู่นะ ถ้าถามผมว่าควรใช้เงินยังไง ผมก็จะบอกว่า…ใช้เงินให้มันเกิด technology ขึ้นมา Advisor ผมเคยประโยคนึงน่าสนใจมาก เค้าบอกว่า ที่อเมริกาอยู่อย่างหรูหราอยู่ทุกวันนี้เนี่ย เป็นเพราะการลงทุนใน Science/Technology เมื่อ 50 ปีก่อน ย้อนกลับมาประเทศเรา…ดูทั้งกี่พรรคที่สมัคร ไม่มีพรรคไหนซักพรรคที่มองยาวถึงการลงทุนระยะยาว(เกินสี่ปี) ในด้าน fundamental science/ technology เลย สงสัยผมต้องเป็นนายกเองซะละ :-P

คราวนี้ลองมาดูรูปสามอันกันนะครับ นี่คือการ Trade ระหว่าประเทศที่ฉลาดหน่อย กับประเทศไทย (ไม่ค่อยจริงเท่าไหร่หรอกบริษัทฉลาด ๆ หน่อยเมืองไทยก็มีแต่ทำรูปพวกนี้ให้ฉุกคิด)
ที่นักการเมืองมองเห็น(ตามนโยบายพรรคและการกระทำ)

ตอนนี้ที่เป็นอยู่

ที่ผมอยากให้มันเป็น

Add comment December 3rd, 2007

Picross uniqueness???

I just bought a DS game called Picross DS. I have played Picross before on SNES. If I recall it correctly I completed all the puzzles in that game. It was like 10 years ago though.

After playing the DS version for a while, I asked myself if the clue on the side of the puzzle and the solution a one to one set? After thinking for a while the answer is No (in general). A counter example is very simple. Take a 2×2 picross puzzle.

Picross non uniqueness

On this picture, you might ask what color is the marked vs unmarked block?. My answer would be try them both. You will see that both colors are solution to the number on the side. You many notice that this picture has a very high degree of symmetry. The one that matters to this counter example is the flipping along vertical and horizontal axis. You can try build up a bunch of counter example for any size using the similar trick.

I’ll end this post with a conjecture.

If the puzzle doesn’t have any symmetry (along vertical axis or along horizontal axis), then the solution is unique.

I have a feeling that there is a short proof for this (5-10 lines) though (Not that I have proved it).

[update] That conjecture above is so wrong. Try padding the 2×2 with empty blocks so that it’s 4×4. This conjecture is also wrong but a little more interesting.

(another wrong) Conjecture: Lets represent the puzzle(assume it’s a square one) with a matrix of 1 and 0(1 for marked 0 for unmarked). If the determinant of the matrix is not zero then we have a puzzle that has a unique solution. (I thought of this because switching any row or column put a negative sign in front of the determinant; however, you can switch row even number of times :s)

Add comment August 4th, 2007

ไม่บอกไม่รู้ว่าข่าวเดียวกันนะเนี่ย

ผมเอามาแต่เวอร์ชั่นวีดีโอเหตุการณืวันที่ 22 นะครับ ไม่ได้ลำเอียงนะครับ ว่ามี จากเว็บเข้าข้าง นปก สามอัน กับ อีกฝ่ายหนึ่ง อันเดียว คือว่า เว็บที่มีวีดีโอมีไม่กี่อันอ่ะครับ ทีวีธรรมดาหาไม่เจอ ใครมีอันอื่นอีก ก็ช่วยเอามาแบ่งกันดูครับ ว่า ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ยว่าข่าวเดียวกัน

หลายคนเห็นลิ้งค์พวกนี้ อาจจะเลือกดูเฉพาะฝ่ายที่ตนเห็นด้วย แต่ผมเห็นว่า มันไม่ใช่สิ่งที่ควรทำอ่ะครับ ที่จะเลือกดูเฉพาะ จากคนที่เห็นคล้ายกับตัวเอง และเลือกที่จะปฏิเสธที่จะรับฟัง จากคนที่ไม่เห็นด้วยกับเรา

ตัดต่อพร้อมเสียงพากษย์

จาก manager/ASTV http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9500000085721

จาก ptv http://ptv1.bravehost.com/vdo/news/news2-23-7-50.wmv

จาก นปกhttp://www.norporkor.com/violet-memorandum.html

http://video.google.com/videoplay?docid=3794280425897198028&hl=en <== ขอบคุณคุณ cotton ครับ

ไม่ตัดต่อ(แต่น่าจะเลือกถ่าย/เปลี่่ยนกล้อง)

จาก hi-thaksin http://hi-thaksin.org/contentdetail.php?ParamID=71768 ผมว่าเวอร์ชั่นนี้น่ารักที่สุดอ่ะครับ เพราะว่าไม่ได้ตัดต่อเลือกตอน (ถึงจะเลือกกล้องก็เถอะ) ยาวติดกัน ประมาณ สองชั่วโมง

2 comments July 27th, 2007

ทำไมไม่ถาม คนสอนหรือคนเรียน

ประสบการณ์การสอนผมค่อนข้างน้อยนิด เคยสอนแต่กลุ่มเด็กเก่งมากกลุ่มเล็ก ๆ และ สอนแบบกลุ่มเด็กปกติทีละคนสองคนเท่านั้น กลุ่มใหญ่ ๆ ยังไม่เคย (ที่ผมสอนมาทั้งหมดเค้าถามผมหมดอ่ะครับ บางอันมันทำให้ผมเข้าใจที่สอนเค้าดีขึ้นด้วยซ้ำ)
แต่ประสบการณ์การเรียนนั้นผมเรียนมาหลายรูปแบบอ่ะครับ จนสังเกตได้ว่าแบบนี้ work แบบนี้ หลับ แบบนี้ ไม่รู้เรื่อง แบบนี้ไรสาระ

เป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปว่า นักเรียนไม่ถาม ตอนเด็ก ๆ ผมก็เป็นครับ ในบทความนี้ผมจะตั้งสมมติฐานว่าทำไมนักเรียนไม่ถามนะครับ บทความนี้จะเหมือนบ่นมากกว่าบทความเป็นทางการ

1) จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบคนตอบไม่กล้าตอบ จะเลี่ยงไปในทาง discredit/intimidate คนถาม

อย่างเช่น คุณกล้าพอที่จะตอบคำถามนี้หรือไม่ว่า

ทำไมเราต้องยกย่องเชิดชูในหลวง ใช่ในหลวงเป็นคนดี แต่คนที่ดีมีอีกเยอะแยะทำไมเราไม่เห็นยกย่องแบบในหลวงเลยล่ะ

คำที่คุณจะได้รับตอบกลับมามักเป็นว่า แกไม่รักในหลวงใช่ไหม นิสัยไม่ดี -_-”

คำถามนี้ น้องผมอยู่ ป.4 ถามผม ผมเดาว่าน้องผมไม่กล้าไปถามคนอื่น กล้าถามผมคนเดียวเพราะผมไม่เลี่ยงตอบคำถามไม่ว่าจะประหลาดขนาดไหน และตอนนั้นผมคิดว่าน้องเค้าอารมณ์เซ็งจัด ด้วยการยัดเยียดความรักในหลวงใส่เด็กให้เด็กเขียนเรียงความกลอน ทำบ้าทำบอ ว่าฉันรักในหลวงจาก

หรือ อีกอันน้องคนเดิมถามว่า ทำไมเราต้องทำดีด้วยล่ะ….โดยส่วนตัวผมชอบคำถามของเด็ก ๆ แบบนี้นะครับ เพราะเค้าถามแบบปราศจาก สมมติฐาน ใด ๆ challenge common sense ของคุณ(ถ้าคุณ take the question seriously)

เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ว่า ด้วยการจำได้ว่า ถามคุณครูทีไร คุณครูตอบกลับมาแบบเลี่ยงคำถาม หรือตอบกลับมาแบบว่า ถามอะไรเนี่ยกวนจริง ๆ ถามอะไรเนี่ยไม่ตั้งใจฟังที่ครูสอนใช่ไหม แล้วก็ไม่ตอบ เพราะฉะนั้นเราจะถามไปทำไม

2) ครูสอนไม่รู้เรื่องจริง ๆ อันนี้ไม่รู้จะพูดอะไรครับ แต่คำถามนึงที่ถามได้ คือ ช่วยพูดใหม่อีกครั้งได้ไหม แต่มันก็จะย้อนกลับไปที่ข้อหนึ่งว่า ไม่ได้ตั้งใจฟังฉันพูดใช่ไหม

3) เด็กจดอย่างเดียวไม่ได้เข้าใจว่าจดอะไรไปก็เลย มีแต่คำถามจำพวกว่า ที่อาจารย์เขียนบนกระดานนั่นตัวอะไร คำถาม conceptual ก็เลยไม่มี

พบได้ในหลายคน แต่ผมเป็นคนนึงครับ ที่มักจะเข้าห้องเรียนตัวเปล่า กระดาษก็ไม่มี จดก็ไม่เคยจด และใน Field ของผมผมพบว่า คนที่ไม่จดมักจะเรียนได้ดีกว่าคนที่จด

ถ้าถามว่าทำไมเด็กจดอย่างเดียวไม่ได้สนใจหรอกว่าจดอะไรไป เดาได้ว่าเป็นวิธีที่สอน อย่างเช่นในบางวิชาเช่นชีวะ ตามประสบการณ์ของผมสมัยมัธยม คือ อ่านหนังสือ/แผ่นใสให้ฟัง ซึ่งผมและเพื่อนได้นินทาคนสอนว่า กูก็เป็นครูได้วะ นั่นคือ มันเป็นวิธีสอนที่ไม่เคยเน้นความเข้าใจ แต่เน้นการจดจำข้อมูล

และครูก็จะบอกว่า นี่ขนาดออกข้อสอบความจำนะ ยังทำไม่ได้ แล้วข้อสอบวิเคราะห์จะทำได้อย่างไร

ผมซึ่งเกลียดชีวะวิทยาอย่างมาก ก็ต้องมาเรียนอีกครั้งตอนอยู่มหาลัย(โดนบังคับ) พบว่า การสอนชีวะวิทยาต่างกันโดยสิ้นเชิง ใช่ครับมันต้องจำเหมือนเดิม แต่จำใน limit ที่เหมาะสม แล้ววัดผลด้วยการคิด

ย้อนกลับมาที่คำที่คุณครูชอบบ่นว่า ขนาดออกข้อสอบความจำนะ ยังทำไม่ได้แล้วข้อสอบวิเคราะห์จะทำได้อย่างไร

ผมจะตอบว่า…เพราะคุณให้เด็กจำเยอะน่ะสิครับ ลองสอนเด็กมีเนื้อหาให้จำน้อย ๆ แล้วคิดวิเคราะห์เยอะ ๆ สิครับ อย่างเช่น ยังจำได้ว่า ต้องนั่งท่อง phylum ของพืชและสัตว์ชนิดต่าง ๆ บ้าบอ พืชและสัตว์บางชนิดเกิดมาไม่เคยเห็น ชื่อฝรั่งอีก แล้วข้อสอบก็ถามว่า ตัวประหลาดนี้อยู่ใน phylum อะไร คุณตั้งใจจะสอนว่าสิ่งมีชีวิตแต่ละอย่างอยู่ในphylumอะไร หรอครับ ผมเดาว่าคุณตั้งใจสอนว่า สิ่งมีชีวิต ได้ถูกแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ชื่อ phylum นะแล้วพวกกติกาที่เค้าใช้แบ่งเป็นแบบนี้นะ

ถ้าการวัดผลเป็นแบบนี้ แน่นอนว่าคนเรียนต้อง จดอย่างเดียวแล้วนำไปท่องทีหลัง ฉันรู้นะว่าฉันเรียนอะไรไป แต่ฉันคงจำไม่ได้ว่า ตัวชื่อประหลาดนี้ หน้าตายังไง และ phylum ชื่อประหลาดนี้มีิข้อแบ่งพวกอย่างไร

ลองเปลี่ยนคำถามเป็นแบบนี้สิครับ หัวข้อสอบ เขียน definition ของแต่ละ phylum ให้ว่าแต่ละ phylum ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
แล้วก็วาดรูปตัวประหลาดมาอันนึง ชี้บอกที่สำคัญ แล้วถามเด็กว่า ตัวประหลาดนี้อยู่ใน phylum อะไร

วัดผลแบบนี้คนเข้าไปเรียนตัวเปล่านั่งฟังเข้าใจก็ได้ครับ

โดนการวัดผลแบบนี้เข้าไปบ่อย ๆ ทำให้บางคนถึงกับ เข้าใจว่า จำได้กับเข้าใจ คือ คำเดียวกัน

4) อีกอันนีงคือ เด็กไม่สนใจที่จะเรียนรู้ โดยทั่วไปแล้ว เราจะโทษเด็ก ลองถามตัวเองสิครับว่า ที่คุณสอนมันน่าเรียนขนาดไหน ตอนผมเป็นนักเรียนมัธยม ผมโดดเรียนไปเตะบอลประจำอ่ะครับ เพราะห้องเรียนมันไม่สนุก เด็กสมัยนี้คงอยากกลับบ้านไป up level เกม online ปัญหานี้ค่อนข้างเป็นปัญหาโลกแตกอ่ะครับ แต่ solution ง่าย ๆ ที่ผมพบคือ

อย่าสอน แต่ ให้เรียนไปกับนักเรียน อย่างเช่น ถ้าคุณจะสอน ทฤษฏีเลขอันนึงที่ต้อง prove

วิธีแรกที่คุณจะสอน คือ เขียนทฤษฏีนั้นบนกระดาน prove ให้เด็กดูทีละขั้นทีละขั้น อันนี้คือวิธีสอนทั่วไปที่ผมว่า เด็กหลับ
วิธีที่สอง เขียนทฤษฏีนั้นบนกระดาน แล้วหยุด แล้วถามว่า เราจะ prove กันอย่างไร ไม่ตอบเราไม่ไปไหน แต่ถ้าไม่มีคนตอบนานและเด็กไม่ทำท่าว่าคิดอยู่แล้ว ก็ให้ใบ้เพิ่ม ใครตอบได้ อาจจะให้ขนมอะไรก็ได้ขำ ๆ อันนี้เด็กจะได้ เหมือนว่า เล่มเกมโชว์อยู่ บังคับให้ pay attention แต่บางคนอาจจะบอกว่า มันก็คงมีเด็กสามคนข้างหน้าตอบเท่านั้น

ก็เรียกถามคำถามง่าย ๆ กับคนที่ไม่ได้ตอบ หรือ เรียกขึ้นมาแล้วปล่อยมุขอะไรก็ได้

หรือวิธี Teletubbies ที่ผมไม่เคยลองแต่น่าลอง ถ้าคนเคยดู Teletubbies จบพบว่า เค้าเล่นมุขสองครั้งฉายซ้ำติดกัน นั่นคือ เที่ยวแรก สอนเสร็จลบ แล้ว ลองใหม่อีกที

5 comments June 12th, 2007

Next Posts Previous Posts


Calendar

February 2012
M T W T F S S
« Apr    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
272829  

Categories

Links

Feeds

Listed on BlogShares