ในที่สุดก็มีคนเห็นว่ามันมีกฏโง่ ๆ อยู่

สมชาย’ ชี้ไม่จำเป็นต้องออกระเบียบคุมทรงผมนร.
กฏทรงผมเนี่ย มันเป็นประกาศคณะปฏิวัติสมัย รสช. นู้น ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ คนเขียนไม่ได้ถูกบังคับใช้ คนถูกบังคับใช้ไม่ได้ร่วมเขียน (นักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งเพราะอายุไม่ถึงและพวกที่เขียนก็ไม่ได้ถูกเลือกมา คุ้น ๆ ว่าเหมือนอะไรซักอย่างไหมหว่า…)

แต่ก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกันว่า โรงเรียนของรัฐจะมีสิทธิการออกกฏทรงผมอีก เหตุผลของผมก็ง่าย ๆ ว่า โรงเรียนควรจะเป็นที่ที่นักเรียน ควรเรียนรู้ freedom เรียนรู้การเป็น free thinker มิใช่ที่ที่เรียนรู้การที่ว่าโตไป ใครบอกอะไรแกก็ทำตามซะ ไม่ต้องคิด ผมว่าชุดนักเรียนก็ควรเลิก ใครอยากใส่ก็ใส่ใครไม่อยากใส่ก็ไม่ต้องใส่

กฏข้อบังคับทั้งหลายควรตั้งขึ้นมา ควรมีที่มาแค่ ป้องกันไม่ให้คนทำชาวบ้านเดือดร้อน เท่านั้น และ เท่านั้น การออกกฏมา take away natural right โดย justify ว่าเป็นผลดีกับคนที่ถูกบังคับใช้ โดยไม่มี scientific evidence เนี่ยเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ถ้าจะทำ เอา control sample มา ดูว่านักเรียนตัดผมกับไม่ตัดผม เนี่ยอันไหนในอีกสิบปีแล้วทำผิดกฏหมายร้ายแรงมากกว่ากัน หรือ ใครฉลาด/โง่กว่ากัน หรือใครมีระเบียบ มีวินัยมากกว่ากัน เดามั่วนั่งเทียน effect เนี่ยมัน justify ไม่ได้กับการที่คุณจะ take away natrual right

ส่วนโรงเรียนเอกชนนั้น จะบังคับทรงผม ไม่บังคับก็เรื่องของเค้า แต่การเป็นโรงเรียนของรัฐเนี่ย ผมเชื่อว่าไม่มีสิทธิทำ เนื่องจากรัฐมีหน้าที่ให้การศึกษาอย่างเท่าเทียม (รัฐธรรมนูญซักข้อ) การเลือกที่จะปฏิเสธการให้การศึกษากับนักเรียนที่ต้องการรักษาสิทธิการมีทรงผมอะไรก็ได้ นั้นเป็นไปไม่ได้

แน่นอน คำแรกที่คุณจะเถียงคือ เดี๋ยวนักเรียนชายก็ทำผมทรงยาวเฟื้อยไม่ทำความสะอาด ผมไม่ห่วงหรอกอ่ะครับ เดี๋ยวเค้าก็หายบ้าไปเอง ดูอย่างนักเรียนในมหาลัยก็ได้อ่ะครับ ได้ออกจากคุกทรงผม ก็บ้าเป็นปกติ ผมยาว ไม่ตัด แต่พอหายบ้า ก็ตัดเป็นคนปกติไปเอา

ถ้าคุณอยากให้นักเรียนตัดผมจริง ๆ นะครับ คุณไม่มีสิทธิบังคับให้นักเรียนทุกคนตัดผมตามที่คุณอยากจะตัด แต่คุณมีสิทธิจะบอก ลูกหลาน/นักเรียนของคุณ ว่าทรงผมที่ไว้อยู่เนี่ยดูไม่หล่อ/สวยเลย ทรงนี้น่าจะหล่อ/สวยกว่าอีก โดนคนบอกไม่หล่อไม่สวยบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ไปตัดเองอ่ะครับ เหตุผลเดียวกันอ่ะครับ กับที่ว่า คุณจะเชื่ออะไรจะแนะนำจะเสนอความคิดอะไรเนี่ยคงไม่มีใครว่า แต่คุณไม่มีสิทธิ์ การยัดเยียดความคิด การลงโทษคนที่ไม่เห็นด้วย

เลิกให้หมด กฏบ้า ๆ เนี่ย ถ้าเค้าไม่เลิกผมแนะนำนักเรียนให้ทำ http://en.wikipedia.org/wiki/Civil_disobedience ทุกคนรวมใจกันตัดผมตามใจ เค้าจะลงโทษก็ปล่อยเค้าไป แล้วคุณจะเล่าให้ลูกคุณฟังได้ว่า เป็นคุณเคยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง

Add comment May 2nd, 2008

Abusing the law…

ได้รู้เรื่องของคุณโชติศักดิ์ อ่อนสูงมานานพอสมควร ถ้าคนรู้จักผมพอสมควรว่าผม liberal/free thinker สุด ๆ ก็คงตอบได้ว่าผมยืน(ไม่ยืน)อยู่ฝั่งไหน

เรื่องคล้าย ๆ กันเคยเกิดขึ้นแล้วอ่ะครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Rosa_Parks

ไว้ว่าง ๆ จะเขียนยาว ๆ ตอนนี้ให้ไปอ่าน wikipedia เล่นก่อนละกันนะครับ

ขอบคุณคุณลุงที่ฟ้องคุณโชติศักดิ์ครับ แต่ไม่ใช่ด้วยเหตุผลเดียวกับที่คุณฟ้องคุณโชติศักดิ์ แต่เป็นเหตุผลที่คุณลุงจะทำให้วงจรอุบาทว์ของการabuse ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจัดการคนที่เราไม่ชอบหน้าจบลง

ผมว่าตอนคุณโชติศักดิ์ไม่ยืนก็แค่ขึ้เกียจคล้าย ๆ คุณ Rosa Parks อ่ะครับแต่พอโดนฟ้องก็นึกได้ว่ากูผิดอะไรวะ

และถ้าคุณถามผมว่า ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพควรมีอยู่หรือเปล่า ผมก็จะบอกว่าไม่ เหตุผลมีอยู่ว่า

คนที่เหมาะสมและสมควรจะมี กฏหมายนี้คุ้มครอง คือ คนที่จะไม่คิดจะใช้กฏหมายนี้
คนที่ไม่เหมาะสมและไม่สมควรที่จะมีกฏหมายนี้คุ้มครอง คือ คนที่คิดจะใช้กฏหมายนี้

แล้วจะมีทำไมล่ะ??

อันนี้ขอโทษนะครับ ผมไม่รู้ว่าจะเขียนอธิบายภาษาไทยว่าอะไร
It’s the absence not the presence of lèse majesté that will honor the king. This law is not for the King to use. It’s only for those of who want to squeeze their own belief in to other people’s mind’s satisfaction.

ลองภาษาไทยดู นั่นคือ

มันไม่ใช่การมีกฏหมายหมิ่นฯ ที่เป็นการแสดงความเคารพต่อในหลวง มันเป็นการไม่มีกฏหมายต่างหากที่เป็นการแสดงความเคารพในหลวงโดย ไม่ต้องมีเงื่อนไขไม่ต้องบังคับ กฏหมายหมิ่นมีประโยชน์แค่สนองตัณหาคนที่จะยัดความเชื่อตัวเองเข้าหัวคนอื่นต่างหาก ไม่ใช่การสนองพระประสงค์ หรือ เป็นการเทิดทูนในหลวงแต่อย่างไร ลองอ่านสามก๊กตอนเล่าปี่ ไปยึดเมืองป่า ๆ อะไรซักอย่างที่รบชนะแล้วก็ปล่อยแม่ทัพกลับไป หลายรอบ การชนะด้วยใจ ไม่ใช่การบังคับมันเท่กว่ากันขนาดไหน

คุ้น ๆ กับ Harry Potter ภาคแรกหรือเปล่าครับ กระจกที่ Dumbledore ทำไว้แล้วใส่ Socerer Stone เข้าไปแล้วเฉพาะคนที่ไม่อยากได้หินนั้นเท่านั้นที่จะเอาหินนั้นได้ ลองถามสิครับว่า แล้วหินนั้นจะมีทำบ้าอะไร เจ็บตัว Harry และเพื่อน ๆ อีก :s มีไว้รอวันที่เราประมาท Voldemort มาเอาไปทำประหลาด ๆ เท่านั้น

เอ..ถ้าผมจะไม่ยืนเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อเป็นการสรรเสริญว่าในหลวงท่านไม่เคยคิดจะ abuse lese majeste law เพื่อรังแกประชาชนที่ไม่ยืนระหว่างเพลงสรรเสริญพระบารมีล่ะ
หรือว่า ถ้าผมจะไม่ยืนเพลงชาติเพราะผมภูมิใจในประเทศของผม ที่ให้เสรีภาพในการไม่ต้องยืนตรงเคารพเพลงชาติล่ะ

แล้วถ้าผมบอกว่า การยืนนั้น เป็นการดูหมิ่น ในหลวงของผม ด้วยการกล่าวหาว่าถ้าไม่ยืนแล้วในหลวงจะใช้ lese majeste จับผมเข้าคุกล่ะ
หรือว่าถ้าผมบอกว่า การยืนนั้นเป็นการดูหมิ่น ประเทศไทย ว่าเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนประชาชนอยู่ภายใต้การกดขี่บังคับให้เคารพสิ่งที่ผู้นำต้องการให้เคารพ

ปัญหานี้จริง ๆ เนี่ยผมว่าเป็นปัญหามาจากการสอนในโรงเรียนอ่ะครับ ที่ไม่เคยสอนเล้ย ให้เป็นผู้นำทางความคิด ให้คนหัดคิด มีปัญญาแค่ตามชาวบ้าน ทำตามที่ครูบอก ทำตามกฏที่โรงเรียนบังคับ ตัดผมตามที่เค้าอยากให้คุณตัด ใส่เสื้อไปโรงเรียนตามที่เค้าอยากให้คุณใส่ แล้วคิดแค่ว่าทำตาม ๆ เค้าไปเหอะจะได้ไม่มีปัญหา สอนให้เด็ก passive ต่อ idea ตั้งแต่เด็ก คิดเองไม่เป็น และดั๊นไม่เคยเจอกับคนที่คิดต่าง ไม่เคยเรียนรู้การรับฟังคนที่ความเห็นต่าง ก็เลยไม่รู้ว่าจะอยู่ในสังคมที่มีความเห็นต่างอย่างไร รู้แค่ว่าอะไรที่ใครคิดไม่เหมือนกูผิดหมด เลวหมด

และพูดต่ออีกนั่นคือ เหตุผลที่ม็อป สนธิ ม็อป นปก และ อีกหลาย ๆ ม็อบที่มี Joiners มากกว่า Thinkers เกิดขึ้น มีให้คิดหลายที่นั่นคือ เหตุผลที่เกิดขึ้นคือ คิดเองไม่เป็น ต้องให้ชาวบ้านคิดมาบอกแล้วเชื่อ ในสังคมที่ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเองการโน้มน้าวคนหมู่มากแบบนี้เป็นไปไม่ได้แน่นอน และเหตุผลที่เรื่องบานปลาย ขนาดนี้ก็เพราะว่า โดนโน้มน้าวเสร็จแล้วดันอยู่กับคนที่เห็นต่างไม่เป็นอีก ตีกันให้ตายไปข้างนึง

เรื่องว่าคุณโชติศักดิ์ นั้นจะติดคุกแล้วได้รับ pardon หรือเปล่านั้น ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า กฏหมายที่ subject ต่อการ abuse ขนาดนี้ และไม่เคยมี usage อื่นนอกจากการ abuse ด้วยคนที่กฏหมายข้อนี้ไม่ได้ถูกเขียนมาเพื่อ หรือ การสนองตัณหาเพื่อจัดการคนที่ทำอะไรรกลูกหูลูกตาเรา ควรจะถูกแก้หรือยกเลิกได้แล้วหรือยัง แต่…จะมีนักการเมืองคนไหนมีอุดมการณ์พอที่จะ Do the right thing โดยที่ไม่สน consequence แล้วหรือยัง

ถ้าถามผมว่าคุณโชติศักดิ์ผิดกฏหมายที่มีอยู่ปัจจุบันหรือเปล่าหรือเปล่านั้น ผมว่า….ไม่ผิดครับมีสองประเด็นอยู่นั้นคือ การไม่แสดงความเคารพนั้นเป็นการดูหมิ่นหรือไม่ และมีรัฐธรรมนูญมาตรา 28 ช่วยชีวิตอยู่อ่ะครับ

ขอประเด็นบิดกฏหมายก่อน นั่นคือ การบอกว่าการไม่แสดงความเคารพเป็นการดูหมิ่น ที่หลาย ๆ คนพยายามจะให้มันหมายความอย่างนั้น

ผมก็เลยลองนึกประเด็นเทียบเคียง ว่าเด็กเดินผ่านคุณครู ศีลธรรมอันดีของคนไทย ก็จะบอกว่า ไหว้ครู โค้งผ่านครูด้วยนะจ้ะ และถ้าเทียบในคดีนี้ว่าให้ตีความที่คนจะเอาผิดพยายามจะตีความว่าการไม่แสดงความเคารพเป็นการดูหมิ่น แถมให้ด้วยว่า มีเพื่อนเดินผ่านมาสะกิดว่า เฮ้ยตะกี้แกไม่ได้สวัสดีครูนะ แต่ก็ไม่ไหว้อยู่ดี ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลว่างอนครู ไม่ชอบหน้าครู หรือ แค่ขี้เกียจ แปลว่าเราดูหมิ่นคุณครูอยู่หรือเปล่า ถ้าครูฟ้องหมิ่นประมาทล่ะ เราจะอ้างมาตรา 28 ได้หรือเปล่า

หรือเวลาพระเดินผ่าน ประเพณีอันดีของคนไทยที่ 80%+ เป็นชาวพุทธก็จะบอกว่า ไหว้พระนะ แต่ถ้าเราไม่นับถือศาสนาพุทธล่ะ เราดูหม่ินพระอยู่หรือเปล่า (ผมไม่ค่อยมีศาสนาเท่าไหร่ ผมแค่ being nice to people)

จะเห็นว่า การบิดเบือนเจตนารมณ์ เอาคำว่าการดูหมิ่นมาใช้ครอบจักรวาลเนี่ยมันทุเรศขนาดไหน การดูหมิ่นนั้นต้องเป็นการแสดงออกที่เห็นได้ชัดว่าดูหมิ่นไม่ใช่แค่การไม่แสดงความรพ มิใช่การด่าในใจ เพราะฉะนั้นผมว่าชัดมาก ต่อให้คุณโชติศักดิ์บอกว่า ขึ้เกียจยืนเป็นเหตุผล ก็เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นแน่นอน เพราะการไม่แสดงความเคารพไม่ใช่การดูหม่ิน ต่อให้ในใจเค้าอาจจะนึกบ่นอยู่ว่าเอาเพลงอะไรมาให้ฟังหว่า ฟังไม่รู้เรื่องภาษาเก่าโบราณ melody ก็ไม่เพราะเสียเวลาเปลืองแอร์เปลืองไฟ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เป็นการด่าในใจเฉย ๆ ไม่ได้ link กับการแสดงออกไม่ผิด (ผมว่าเพราะดีออก เวลาทำเป็น ochrestra ใน music video ก่อนหนังมา animation ก็สวยบรรเลงก็ดี) ถ้าจะให้ผิดหรอ ต้องไม่ยืนและพูดความคิดนั้นออกมาเป็นคำพูดด้วยและแสดงอย่างชัดเจนว่าการไม่ยืนและการไม่พูดนั้นเป็นการตั้งใจแสดงการดูหม่ิน และผู้ถูกรับการดูหมิ่นนั้นต้องเห็นด้วยว่าการกระทำนั้นเป็นการดูหมิ่น อย่างเช่นในกรณีนี้ ถ้าจะบอกว่า การไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญเป็นการดูหมิ่น เราควรไปถามในหลวงท่านด้วยว่าท่านเห็นว่าการไม่ยืนเพลงสรรเสริญนั้นเป็นการดูหมิ่นท่านหรือไม่ ถ้าท่านบอกว่าใช่ก็ค่อยพูดกัน ถ้าท่านบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ต้องพูดกัน ถ้าให้เดาก็คงรู้ว่าท่านจะตอบว่าอะไร แต่คงไม่มีใครไปถาม ก็ลองถามคนแถวบ้านเอาละกันว่า ถ้าคนบอกว่า theme song ตัวละครในทีวีไม่เพราะเนี่ย แปลว่าเค้าเกลียดตัวละครหรือเปล่า หรือถามตัวเองว่า เพลงชาติมาตอน 6 โมงในทีวีเนี่ย มีใครยืนมั่งครับ

มาดูที่รัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๘
บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน
	
บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้ สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้

ก่อนอื่น ก็ต้องเข้าใจคำว่าหรือก่อน คำว่า A หรือ B คือไม่ว่า A เป็นจริง หรือ B เป็นจริง A หรือ B ก็จะเป็นจริง มาตรานี้มีอยู่ 3 อันคือ ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพชาวบ้าน หรือ ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือ ไม่ขัดต่อศีลธรรม เพราะฉะนั้นใช้หลุดง่าย ๆ ได้ว่า 1 มันละเมิดสิทธิเสรีภาพชาวบ้านหรือเปล่า ตอบได้ชัดเจนแจ่มแจ้งว่า ไม่ เพราะฉั้น clause A หรือ B หรือ C เป็นจริง สิทธิการไม่ยืนของคุณโชติศักดิ์ สามารถใช้อ้างได้ คุณอาจจะบอกว่า แกเล่นคำนี่หว่า โกง แต่เค้าเขียนแบบนี้อ่ะ จะให้แปลไงอ่ะ
คุณก็อาจจะถามผมว่าแล้วมันขัดต่อศีลธรรมหรือเปล่า ผมไปหามาว่าศึลธรรมแปลว่าอะไร (http://rirs3.royin.go.th/word38/word-38-a2.asp)

ศีลธรรม ความประพฤติที่ดีที่ชอบ, ศีลและธรรม, ธรรมในระดับศีล

ก็ต้องตีประเด็นว่า การไม่แสดงความเคารพต่อเพลงสรรเสริญพระบารมีด้วยการยืน เนี่ยเป็นการขัดต่อความประพฤติที่ชอบของประชาชนหรือเปล่า ก็ต้องถามอีกว่า ขัด แปลว่าอะไร ไปดูพจนานุกรมไม่ค่อยได้เรื่อง ถ้าคุณเอาการใช้ในทำนองเดียวกันมาเทียบดีกว่า กฏข้อ A ขัดกับกฏข้อ B แปลว่า กฏข้อ A และ กฏข้อ B จะเป็น true ทั้งคู่ไม่ได้ แต่ว่าอันนี้ assume dichotomy นิดหน่อย ความประพฤติที่ชอบของประชาชนนี่ไม่ใช่ dichotomy แน่นอน ถ้า interpolate ความหมายล่ะ ว่าสมมติว่า ความประพฤติที่ชอบของประชาชนคือ ยืนขึ้น แล้วการไม่ยืนขึ้นเป็นการขัดหรือไม่ มันก็จะกลับไปที่คำถามเดิมว่า…ไม่ทำ คือ ไม่_ทำ หรือเปล่า ตอบว่าบอกไม่ได้เนื่องจาก มันไม่ใช่ dichotomy เหมือนเทียบง่าย ๆ กับสามคำว่า รัก เฉย ๆ กับ เกลียด ถามว่า ไม่รัก คือ เกลียด หรือเปล่า ก็บอกไม่ได้ หรือว่า ไม่รักคือเฉย ๆ หว่า…. เพราะฉะนั้นถ้าถามผม clause นี้ไม่ make sense ด้วยซ้ำ มันให้ตีความตามใจคนที่อยากจะบิดมันอ่ะครับ ผมก็ขอไม่พูดถึงละกัน ไม่งั้น liberal view ของผมจะ bias มัน

แต่อยากจะย้ำอีกทีว่า โชติศักดิ์ติดคุกหรือเปล่า ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่า การปู้ยี้ปู้ยำกฏหมาย สนองตัณหาตัวเองแบบนี้จะหมดไปได้หรือยัง

ศาลครับกรุณาตัดสินด้วยสมอง(ถ้ามี) อย่าใช้ common sense อย่าตัดสินแบบถูกกดดันทั้งข้างบนข้างล่างนะครับ ตัดสินโดยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่มีหน้าที่ปกป้องสิทธิเสรีภาพของเราและลูกหลานเรา(อันนี้มีให้พูดอีก ว่าเราเขียนรัฐธรรมนูญกี่ทีก็คิดแค่ใช้ในสมัยเรา ไม่เคยคิดไกล ใส่มาตรา ประหลาด ๆ เข้ามาได้ ต่างจากรัฐธรรมนูญที่ผมว่า design ด้วยวิสัยทัศน์เท่มาก the original bill of rights) เห็นตัดสินคดีสำคัญ ๆ ตามกระแสบ่อย ๆ หมู่นี้แล้วเป็นห่วง อย่าแปลมั่วแบบคราวใช้ retroactive law อีกนะ

แถมให้ครับ http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=2978


1 comment May 2nd, 2008

เห็นเล่นเรื่องธงชาติกัน

ก็เลยเอา clip จาก youtube อันนึงที่ผมชอบมาก ๆ ๆ ๆ มาให้ดูกันครับ


http://www.youtube.com/watch?v=NymRecFWgAs

…what if we burn the flag to celebrate our very freedom that let us burn the flag..
ถ้าเราจะเผาธงชาติเพื่อฉลองรัฐธรรมนูญที่ให้อิสรภาพเราขนาดที่เรามีสิทธิเผาธงชาติล่ะ
(ถ้าแปลตามตัวอักษรแล้วจะไม่ make sense ในภาษาไทยก็เลยเติมนิดหน่อย)
เพราะฉะนั้นผมจะทำอะไรคล้าย ๆ กันละกันนะครับ

รูปข้างบนนี้ผมยกให้เป็น public domain ครับผมไปเอา original มาจากใน wikipedia เนี่ยแหละ
จริง ๆ อยากทำอะไรแรงกว่านี้อีกนะ แต่ว่า…ขี้เกียจ ถ้าคุณขอให้ผมเอาภาพนี้ออกไป มันก็เท่ากับคุณขอให้ผมเอาเสรีภาพในการกระทำในขอบเขตที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนอย่างหนึ่งของคุณ ของผม ของลูกหลาน คุณและผม ออกไปด้วย

ไร้สาระทั้งคนฟ้องและคนที่ฟ้องกลับด้วย งี่เง่ามาก

Add comment April 30th, 2008

int comparison vs double comparison

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ได้ไปเถียงกับ postdoc ที่ค่อนข้างมั่นใจในตัวเอง และปากดีพอตัว เค้าเป็น super expert ใน statistic แต่ในเรื่องเขียนโปรแกรมเนี่ยผมว่าไม่ค่อย expert(แต่เก่งพอตัวแหละ) ประเด็นมีอยู่ว่า มี function นึงที่ expensive สุด ๆ และถูก call บ่อยโคตร ๆ เพราะฉะนันสมควรต่อการ optimize มาก postdoc ต้องการให้ผมเขียน array ของจำนวนเต็มโดยใช้ Library ที่มีอยู่แล้วด้วยซึ่งมันดั๊นรับได้แต่ double แต่ว่ามี method เท่ๆ แบบ inverse และ decomposition แทบทุกแบบ (point เค้าก็ดีนะ) ผมก็เถียงกลับไปว่า (จะบ้าหรอ)double comparison เนี่ยช้ากว่า integer comparison สุด ๆ และ fancy matrix operation เนี่ยไม่มีความหมายในปัญหาที่เรากำลังทำ (ถ้ารู้ assembly งู ๆ ปลา ๆ ก็จะรู้ว่า int comparison เนี่ย CMP หนึ่งอัน double comparison เนี่ย ทั้ง CMPSS JUMP MOV RET และอื่น ๆ อีกมากมาย)

แล้ว postdoc คนนั้นก็พยายาม disprove ผมด้วยการเขียน code ดังนี้

Continue Reading 1 comment April 1st, 2008

โปรแกรมค้นหารหัสไปรษณีย์แบบง่าย ๆ

ดาวน์โหลดที่นี่ครับ

ใช้ OpenOffice Base (หรือ ที่นี่) เปิดนะครับใครใช้ mac ก็ใช้ NeoOffice เปิดได้นะครับ

วิธีใช้คือเปิด File แล้วก็เลือก Form จากเมนูทางซ้าย แล้วก็ double click Search นะครับ

Credit:: ฐานข้อมูลเอามาจากเว็บนี้อ่ะครับ http://www.g2gnet.com/News/activenews_view.asp?articleID=69 เค้ามีโปรแกรมค้นหาอยู่แล้วแต่ดันไม่ cross platform อ่ะครับ ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

Add comment January 31st, 2008

เกิดสงสัยว่า เงินเดือนในหลวงเท่าไหร่

ก็ไปหามาจากสำนักงบประมาณเว็บสวย ใช้ง่ายขอชม ได้ความว่า(เดานิดหน่อย) ว่าเงินเดือนในหลวงคือปีละ 65 ล้านบาท(4.1.3) ~ เดือนละ 5 ล้านกว่าบาท เขียนไว้เผื่อใครสงสัยเหมือนกัน ส่วนอื่นที่เหลืออีกเกือบแปดร้อยล้านผมว่าน่าจะเรียกว่าสวัสดิการมากกว่า

เพื่อเป็นการเปรียบเทียบ เงินเดือนนายกรัฐมนตรี ปีละ 1.4 ล้าน (เดือนละแสน)
เงินเดือนนายกสิงคโปร์(แพงที่สุดในโลก) 3.1 ล้านดอลสิงคโปร์ต่อปี ~60 ล้านบาท
(update) เงินเดือนประธานาธิบดีสหรัฐ 400,000$ ต่อปี ~ 12-16 ล้านบาท http://www.c-span.org/questions/weekly18.htm
http://www.bb.go.th/budget/bu/blue51/25002.pdf

6 comments December 28th, 2007

Prisoners Dilemma ฉบับ เติ้ง-วัฒนา

ผลการเลือกตั้งครั้งนี้น่าสนใจมากครับสำหรับผม คุณบรรหาร ดั้นไปจับมือ กับคุณวัฒนา ตอนที่ กกตประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการตอนที่ พปชอยู่ที่ 223 แล้วผมเดาว่าเชื่อว่า ตัวเลขจะไม่เปลี่ยนไปจากนี้จากนั่นคือ ตอนที่มันเป็น 223 เนี่ย ผมยังแอบนึกในใจว่า บรรหารมันฉลาดว่ะไป co กับวัฒนาก่อนแล้ว นั่นคือเห็นแน่นอนว่า พปช ต้องง้อ ไม่คนใดก็คนหนึ่งในสองพรรคนั้นแน่นอน ซึ่งถ้าเค้าง้ออีกคนหนึ่ง อีกคนหนึ่งรจะต้องตกกระป๋องไป เพราะฉะนั้นจับมือกันบอกว่าเราจะอยู่ด้วยกัน เป็นการการันตีว่ายังไง๊ฉันก็ได้เป็นรัฐบาล เป็นการ cooperate แบบ win-win Deal นี้ก็เลยน่าสนใจมาก สำหรับทั้งสองพรรค สำหรับพรรคที่ไม่ค่อยจะมีอุดมการณ์เข้าไปในสภากะนั่งเก้าอี้อย่างเดียวไม่ได้ตั้งใจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงไปในส่ิงที่ตนเชื่อว่าถูก แล้วผมเชื่อว่านี่คือเหตุที่ Deal นี้เกิดขึ้น
สรุปได้เป็นดังนี้คือ

วัฒนา/เติ้ง เติ้งเอา เติ้งไม่เอา
วัฒนาเอา + 0
วัฒนาไม่เอา 0 0

จากตารางข้างต้นจะเห็นได้ว่า clear choice ที่ต้องเลือกนั่นคือ เอา Deal นี้แน่นอน

คราวนี้พอหลังจากกกตประกาศว่าจริง ๆ แล้วพปชได้ 233 นะจ้ะเพิ่มมาเยอะมาก มันก็มีอยู่ว่า พปช ไม่มีความจำเป็นจะต้องง้อสองพรรคนี้แม้แต่พรรคเดียว กลายเป็นว่าถ้าเรื่องมากเนี่ย ไปเป็นฝ่ายค้านทั้งคู่ซะ แต่ถ้าจะมาเนี่ย พปช คงอยากได้แค่พรรคเดียว ตารางก็เปลี่ยนไปเป็น (น่ารัก = รักษาสัญญา) (ไม่น่ารัก = ไม่รักษาสัญญา)

วัฒนา/เติ้ง เติ้งน่ารัก เติ้งไม่น่ารัก
วัฒนาน่ารัก ค้านทั้งคู่ เติ้งรัฐบาล/วัฒนาค้าน
วัฒนาไม่น่ารัก เติ้งค้าน/วัฒนารัฐบาล แล้วแต่ดวงว่าพปชเลือกใคร

เพราะฉะนั้น….ด้วยความเป็นพรรคการเมืองไร้อุดมการณ์ของทั้งสองแล้ว ผมเดาว่า มีคนหักหลังอีกคนชัวร์ป้าด จริง ๆ ก็ไม่ชัวร์หรอก แต่ว่ามีคนเขา survey ด้วยคำถามคล้าย ๆ แบบนี้ว่า จะน่ารักหรือไม่น่ารัก (จริง ๆ ก็เทียบไม่ค่อยได้)ผลปรากฏว่า 60% หักหลังอีกคน http://en.wikipedia.org/wiki/Prisoner’s_dilemma

3 comments December 26th, 2007

สติหายไปจากคนไทยแล้วหรือ

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9500000144301

ไปอ่านข่าวนี่มาว่า สถานีตำรวจจะทำให้มี Bio-diesel เพื่อสนองตามพระราชดำรัสในหลวงเมื่อวาน

คือในฐานนะนักวิทยาศาสตร์ ผมไม่อยากขัดแต่อยากถามว่า…ได้คิดศึกษาผลกระทบแบบเป็นกลางหรือยัง ว่าใช้แล้วมันถูกกว่าในระยะสั้น ระยะยาว ระยะกลาง และ มีความเสี่ยงอย่างไร และจะมีผลกระทบอย่างไรกับสิ่งแวดล้อม และจะต้องปลูกเท่าไหร่ โรงงาน process เท่าไหร่ และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่อินโดนีเซียถึงขั้นถางป่า ปลูกสบู่ดำ รักในหลวงไม่ได้ผิดอะไร แต่รักอย่างมีสติหน่อยสิ

เพราะผมเห็นกี่ทีนะครับ นักวิชาการทั้งหลายเนี่ย จบเอกจบโท แต่ไม่มีปัญญาจะวิจารณ์สิ่งที่ในหลวงคิดค้นอย่างนักวิชาการ เห็นมาหลายหัวแล้วครับ จบการศึกษาดี ๆ มาตรงแนวมา แต่วิจารณ์เป็นแค่ เศรษฐกิจพอเพียงดีเพราะในหลวงบอก ไร้สาระเป็นบ้า จริง ๆ นะ ใช่ในหลวงท่านก็ทรงฉลาดพอตัว และเป็นคนดี แต่สิ่งที่ท่านบอกท่านคิดค้นเนี่ยจะดีอย่างที่ท่านอยากให้เป็นหรือเปล่า ทำให้นึก รัชกาลที่หก ทรงเซ็งที่ไม่มีใครวิจารณ์งานเขียน ก็เลยต้องใช้นามปากกา

ก็เลยบ่นหน่อยว่า นักวิชาการทำตัวเป็นนักวิชาการหน่อยครับ

Add comment December 5th, 2007

อ่านตัวเลขแล้วต้องคิดนะครับ อย่าตกใจ

ไม่ได้อ่านประชาไท มาน้านนาน วันนี้ได้ไปอ่านมาหนึ่งอันแล้วหงุดหงิดมาก แต่โทษไม่ได้เพราะคนเขียนไม่ค่อยจะได้รู้เรื่อง สิ่งที่เค้าเขียนในทางเทคนิคเท่าไหร่ เอาตัวเลขมาหลอกให้คนกลัวได้ แต่ว่าเค้าไม่ได้เพราะเค้าไม่ได้ศึกษาด้านนี้โดยตรง แต่ที่จะว่าคือ การเลือกหลักฐานเพื่อสนับสนุน point ตัวเองโดยไม่ได้คิดเลยว่าตัวเลขพวกนั้นหมายความว่าอย่างไร ไม่ใช่วิสัยของนักวิชาการ คนอ่านมักจะตกใจโดยไม่ได้คิดอะไรเลย ดูได้จากปรากฏการสนธิ ที่คนเชื่อเข้าไปได้ -_-

บทความที่ว่า http://www.prachatai.com/05web/th/home/10448

อย่าไปมองว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลเถื่อนขออย่างเดียว ลองมองในส่ิงที่เขาเสนอ เฉย ๆ แล้วตัดสิน ผมก็ไม่ได้สนับสนุนให้หลับหูหลับตาตั้งหน้าตั้งตาทำโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เราต้องถามตัวเองก่อนว่าเราพร้อมจะสร้าง และดูแลหรือยัง ตอนนี้ผมก็ตอบไม่ได้ ผมรู้จักนักเรียนไทย ที่เรียน Nuclear Engineering แถวนี้คนเดียว ที่เมืองไทยรู้จักคนที่จบด้านนี้มาสองคน

แต่ก่อนอื่นผมเองเป็นนักวิทยาศาสตร์ผมเข้าใจว่าของพวกนี้มันทำงานอย่างไร แต่ผมไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือ ระเบิดนิวเคลียร์เป็นช้ินเป็นอันหรอกครับ ไม่ใช่ expertise ของผมต้องถามพวก engineer เอาว่าสร้างยังไง

เอาละการทำตัวเลขให้น่ากลัว(คล้ายกับวิธีการที่ Global Warming หลายคนทำ) ตัวเลขมันจริงแต่ไม่น่ากลัวถ้าเข้าใจว่ามันหมายความว่าอะไร

อย่างเช่นคุณใจเขียนว่า “เตานิวเคลียร์หนึ่งแห่งผลิตกากนิวเคลียร์ประมาณ 25-30 ตัน” อ่านไม่ดีก็จะบอกว่าโหตั้ง 25-30 ตันแหนะ ถ้าได้คิดหน่อยก็จะถามว่ามันแปลว่าอะไร(วะ) 25 ตันนี่เราต้องสร้างกี่ปี แล้ว 25 ตันเนี่ยมันเยอะขนาดไหน

ลองมาคิดกันว่าถ้าเมืองไทยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์หมดเนี่ย ปีนึงจะสร้างกากนิวเคลียร์กี่ตัน แล้วมันใหญ่ขนาดไหน
1000 MWe ใช้ 25 ตันต่อปี (1000 MWe ~ 80,000,000,000 kWe-hour ในหนึ่งปี (แปดหมื่นล้าน)) http://www.uic.com.au/wast.htm
เมืองไทยใช้พลังงานไฟฟ้า 200,000,000,000 kWe-hour(สองแสนล้าน) http://fridaycollege.org/index.php?file=energy&obj=forum.view(cat_id=en_news,id=16)

เพราะฉะนั้นถ้าเมืองไทยใช้พลังงานนิวเคลียร์หมดเลยเนี่ยจะใช้ fuel 62 ตันต่อปี

เอาหละถ้าได้คิดอีกหน่อยก็จะบอกว่า ไม่มีไอ้บ้าที่ไหนสร้างพลังงานในประเทศมาจาก นิวเคลียร์ 100% หรอก อย่างเช่นพลังงาน หนึ่งในหกของประเทศอเมริกาเท่านั้นที่มาจากหลังงานนิวเคลียร์

และ โรงงาน 1000 MWe ก็ไม่สามารถ operate ที่ full capacity ได้ทั้งปี (เดาว่าใช้ได้ 80% ของ spec ละกัน)

รวมเลขทั้งหมดนี้ประมาณการตัวเลขที่สมจริงขึ้นมาหน่อยได้ว่า 13 ตันต่อปี ถามว่ามันใหญ่ขนาดไหน

ความหน่าแน่น กากกัมมันตรังสี(ไม่ต่างจาก Uranium มาก) คือ….19 ตัน ต่อลูกบาศก์เมตร เพราะฉะนั้นเราผลิตกากนิวเคลียร์ ประมาณ 1 ลูกบาศก์เมตรต่อปี(90% เป็นพวกที่เก็บไว้ไม่เกินสิบปีก็ไม่เป็นอันตรายแล้ว(ที่เอาไปทำกระสุนตามที่คุณใจบอกในบทความ แต่เอาไปยิงคนในอิรัคหรือเปล่านี่ไม่รู้)) น้อยนิดกระจิ๋วริ๋ว

ไม่ได้เยอะมากมายขนาดนั้น ที่คุณใจบอกว่า 25-30 ตันเนี่ยเดาว่าคุณใจเค้าคงไปเอาตัวเลขมาโดยไม่ได้คิดว่าแปลว่าอะไร (หน่วยมันไม่ได้่บ่งบอกความน่ากลัวอะไรเลย)

แต่ถามผมว่าควรสร้างหรือเปล่า ผมจะบอกว่าไปรวม expert คนไทยมาก่อนแล้วให้เค้าทำรายงานมาให้คนดู นักการเมืองเถียงกันเรื่องวิทยาศาสตร์ มันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย

แล้วอีกอย่าง Nuclear Bomb กับ Nuclear Power Plant เนี่ยถึงจะมีคำว่า Nuclear เหมือนกัน หลักการคล้ายกัน ให้ไอ้คนที่มันทำ Nuclear Power Plant เป็นไปทำ Nuclear Bomb มันก็ทำไม่เป็นอ่ะครับ(แต่ถ้าศึกษาต่อก็พอทำได้ (เค้าเอานักฟิสิกส์มารวมหัวกันเพื่อทำลูกแรก ถึงหลายคนจะปฏิเสธเข้าร่วมก็ตาม))

นั่นแหละครับผมอยากฝากไว้แค่ อ่านอะไร อย่าตกใจ แต่ให้คิด อย่าหลอกตัวเองว่าเข้าใจ

http://fridaycollege.org/index.php?file=energy&obj=forum.view(cat_id=en_news,id=16)
http://www.21stcenturysciencetech.com/Articles%202005/Renewable.pdf ให้อ่านเล่น
http://en.wikipedia.org/wiki/Nuclear_fuel_cycle
http://cseserv.engr.scu.edu/StudentWebPages/IPesic/ResearchPaper.htm
http://en.wikipedia.org/wiki/Uranium

1 comment December 5th, 2007

เงินหมุนไปหมุนมา

อันนี้เขียนสั้น ๆ ไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ทนอ่านละกันครับ

ผมคิดเรื่องนี้ไว้ประมาณปีที่แล้ว เพราะวันนึงผมเกิดสงสัยอะไรง่าย ๆ ว่า รัฐบาลมีควรเก็บเงินเหมือนคนออมทรัพย์หรือไม่ เพราะหลายคนบอกรัฐบาลต้องประหยัด รัฐบาลต้องมีเงินเหลือเก็บ คำถามจริง ๆ ผมคือรัฐบาลจะเก็บเงินไว้ทำ(บ้า)อะไร (ไม่เขียนวันนี้แต่ว่า ผมคิดว่ารัฐบาลไม่ควรออมเงินเหมือนชาวบ้าน)

คำถามนี้ทำให้ผมคิดอะไรที่ผมดีใจตอนที่ผม realize fact อันนี้ ไม่ค่อยเกี่ยวกับ คำถาม original เท่าไหร่เลย คือ ผมคิดถึงวงจรของเงินว่า ในการหมุนของเงินระหว่างคนหนึ่ง(อย่างเช่นรัฐบาล) กับอีกคนหนึ่ง(ชาวบ้าน)เนี่ยมันเกิดอะไรขึ้น

เวลารัฐบาลซื้อของจากชาวบ้าน เราก็มีคำถามว่า ชาวบ้านเอาอะไรไปแลกกับรัฐบาล ตัดข้อยกเว้นที่ไม่ทำให้ main point เสียไปคำตอบคือ ชาวบ้านเอาทรัพยากรธรรมชาติมาแลก นั่นหมายความว่า ทุกครั้งที่เงินหมุน ทรัพยากรธรรมชาติหายไป แต่เงินในระบบก็ยังเท่าเดิม แต่ทรัพยากรธรรมชาติหายไป (ใน timeframe ~1ปี)

อันนี้ดูไม่ดีแน่ ทุกครั้งที่เงินหมุน เราเอาทรัพยากรที่จำกัดหายไป ผมก็เลยคิดหนักครับว่า ถ้ามองว่าเราแลกทรัพยากรธรรมชาติไปกับความว่างเปล่า ไม่ดีแน่ คำถามที่ผมถามตัวเองอีกทีคือเราได้อะไรกลับมาจาก ทรัพยากรธรรมชาติ หรือการที่เงินหมุนไปหมุนมา

หลังจากคิดไปอีกหลายวันผมก็คิดได้ว่า สิ่งที่ได้คืนมาจากการเสียทรัพยากรธรรมชาติไป คือ เทคโนโลยี ความรู้ ความเข้าใจทั้งหลาย เพราะทุกครั้งที่คนหนึ่งต้อง produce ของให้กับอีกคนหนึ่ง คนที่ทำของก็ต้องมีการ research และผลลัพธ์จากการ research น้นคือเทคโนโลยีทั้งหลาย

ผมคิดว่ามันคุ้มมากเลยนะเนี่ย ว่า เสีย reproducible(eventually) resource ไปได้ infinitely reproducible resource ออกมา :) ถ้าเราอยู่ในวงจรที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติไปเรื่อย ๆ แล้วเราไม่สร้างอะไรที่เป็น องค์ความรู้ออกมา เนี่ยเราเป็นตัวถ่วงอยู่นะ ถ้าถามผมว่าควรใช้เงินยังไง ผมก็จะบอกว่า…ใช้เงินให้มันเกิด technology ขึ้นมา Advisor ผมเคยประโยคนึงน่าสนใจมาก เค้าบอกว่า ที่อเมริกาอยู่อย่างหรูหราอยู่ทุกวันนี้เนี่ย เป็นเพราะการลงทุนใน Science/Technology เมื่อ 50 ปีก่อน ย้อนกลับมาประเทศเรา…ดูทั้งกี่พรรคที่สมัคร ไม่มีพรรคไหนซักพรรคที่มองยาวถึงการลงทุนระยะยาว(เกินสี่ปี) ในด้าน fundamental science/ technology เลย สงสัยผมต้องเป็นนายกเองซะละ :-P

คราวนี้ลองมาดูรูปสามอันกันนะครับ นี่คือการ Trade ระหว่าประเทศที่ฉลาดหน่อย กับประเทศไทย (ไม่ค่อยจริงเท่าไหร่หรอกบริษัทฉลาด ๆ หน่อยเมืองไทยก็มีแต่ทำรูปพวกนี้ให้ฉุกคิด)
ที่นักการเมืองมองเห็น(ตามนโยบายพรรคและการกระทำ)

ตอนนี้ที่เป็นอยู่

ที่ผมอยากให้มันเป็น

Add comment December 3rd, 2007

Next Posts Previous Posts


Calendar

November 2008
M T W T F S S
« Oct    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

Categories

Links

Feeds

Listed on BlogShares