Archive for May 2nd, 2008

จะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ขอซักอย่างได้ป่ะ

อย่าเอามาให้เลือกเป็น package อีกนะ

เอามาให้เลือกทีละข้อ ทีละมาตรา บัตรเลือกตั้งจะยาวขนาดไหนก็จะทนครับ จะได้ไม่สอดไส้มาตราอุบาทว์มาอีก

Add comment May 2nd, 2008

ในที่สุดก็มีคนเห็นว่ามันมีกฏโง่ ๆ อยู่

สมชาย’ ชี้ไม่จำเป็นต้องออกระเบียบคุมทรงผมนร.
กฏทรงผมเนี่ย มันเป็นประกาศคณะปฏิวัติสมัย รสช. นู้น ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ คนเขียนไม่ได้ถูกบังคับใช้ คนถูกบังคับใช้ไม่ได้ร่วมเขียน (นักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งเพราะอายุไม่ถึงและพวกที่เขียนก็ไม่ได้ถูกเลือกมา คุ้น ๆ ว่าเหมือนอะไรซักอย่างไหมหว่า…)

แต่ก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกันว่า โรงเรียนของรัฐจะมีสิทธิการออกกฏทรงผมอีก เหตุผลของผมก็ง่าย ๆ ว่า โรงเรียนควรจะเป็นที่ที่นักเรียน ควรเรียนรู้ freedom เรียนรู้การเป็น free thinker มิใช่ที่ที่เรียนรู้การที่ว่าโตไป ใครบอกอะไรแกก็ทำตามซะ ไม่ต้องคิด ผมว่าชุดนักเรียนก็ควรเลิก ใครอยากใส่ก็ใส่ใครไม่อยากใส่ก็ไม่ต้องใส่

กฏข้อบังคับทั้งหลายควรตั้งขึ้นมา ควรมีที่มาแค่ ป้องกันไม่ให้คนทำชาวบ้านเดือดร้อน เท่านั้น และ เท่านั้น การออกกฏมา take away natural right โดย justify ว่าเป็นผลดีกับคนที่ถูกบังคับใช้ โดยไม่มี scientific evidence เนี่ยเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ถ้าจะทำ เอา control sample มา ดูว่านักเรียนตัดผมกับไม่ตัดผม เนี่ยอันไหนในอีกสิบปีแล้วทำผิดกฏหมายร้ายแรงมากกว่ากัน หรือ ใครฉลาด/โง่กว่ากัน หรือใครมีระเบียบ มีวินัยมากกว่ากัน เดามั่วนั่งเทียน effect เนี่ยมัน justify ไม่ได้กับการที่คุณจะ take away natrual right

ส่วนโรงเรียนเอกชนนั้น จะบังคับทรงผม ไม่บังคับก็เรื่องของเค้า แต่การเป็นโรงเรียนของรัฐเนี่ย ผมเชื่อว่าไม่มีสิทธิทำ เนื่องจากรัฐมีหน้าที่ให้การศึกษาอย่างเท่าเทียม (รัฐธรรมนูญซักข้อ) การเลือกที่จะปฏิเสธการให้การศึกษากับนักเรียนที่ต้องการรักษาสิทธิการมีทรงผมอะไรก็ได้ นั้นเป็นไปไม่ได้

แน่นอน คำแรกที่คุณจะเถียงคือ เดี๋ยวนักเรียนชายก็ทำผมทรงยาวเฟื้อยไม่ทำความสะอาด ผมไม่ห่วงหรอกอ่ะครับ เดี๋ยวเค้าก็หายบ้าไปเอง ดูอย่างนักเรียนในมหาลัยก็ได้อ่ะครับ ได้ออกจากคุกทรงผม ก็บ้าเป็นปกติ ผมยาว ไม่ตัด แต่พอหายบ้า ก็ตัดเป็นคนปกติไปเอา

ถ้าคุณอยากให้นักเรียนตัดผมจริง ๆ นะครับ คุณไม่มีสิทธิบังคับให้นักเรียนทุกคนตัดผมตามที่คุณอยากจะตัด แต่คุณมีสิทธิจะบอก ลูกหลาน/นักเรียนของคุณ ว่าทรงผมที่ไว้อยู่เนี่ยดูไม่หล่อ/สวยเลย ทรงนี้น่าจะหล่อ/สวยกว่าอีก โดนคนบอกไม่หล่อไม่สวยบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ไปตัดเองอ่ะครับ เหตุผลเดียวกันอ่ะครับ กับที่ว่า คุณจะเชื่ออะไรจะแนะนำจะเสนอความคิดอะไรเนี่ยคงไม่มีใครว่า แต่คุณไม่มีสิทธิ์ การยัดเยียดความคิด การลงโทษคนที่ไม่เห็นด้วย

เลิกให้หมด กฏบ้า ๆ เนี่ย ถ้าเค้าไม่เลิกผมแนะนำนักเรียนให้ทำ http://en.wikipedia.org/wiki/Civil_disobedience ทุกคนรวมใจกันตัดผมตามใจ เค้าจะลงโทษก็ปล่อยเค้าไป แล้วคุณจะเล่าให้ลูกคุณฟังได้ว่า เป็นคุณเคยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง

Add comment May 2nd, 2008

Abusing the law…

ได้รู้เรื่องของคุณโชติศักดิ์ อ่อนสูงมานานพอสมควร ถ้าคนรู้จักผมพอสมควรว่าผม liberal/free thinker สุด ๆ ก็คงตอบได้ว่าผมยืน(ไม่ยืน)อยู่ฝั่งไหน

เรื่องคล้าย ๆ กันเคยเกิดขึ้นแล้วอ่ะครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Rosa_Parks

ไว้ว่าง ๆ จะเขียนยาว ๆ ตอนนี้ให้ไปอ่าน wikipedia เล่นก่อนละกันนะครับ

ขอบคุณคุณลุงที่ฟ้องคุณโชติศักดิ์ครับ แต่ไม่ใช่ด้วยเหตุผลเดียวกับที่คุณฟ้องคุณโชติศักดิ์ แต่เป็นเหตุผลที่คุณลุงจะทำให้วงจรอุบาทว์ของการabuse ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจัดการคนที่เราไม่ชอบหน้าจบลง

ผมว่าตอนคุณโชติศักดิ์ไม่ยืนก็แค่ขึ้เกียจคล้าย ๆ คุณ Rosa Parks อ่ะครับแต่พอโดนฟ้องก็นึกได้ว่ากูผิดอะไรวะ

และถ้าคุณถามผมว่า ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพควรมีอยู่หรือเปล่า ผมก็จะบอกว่าไม่ เหตุผลมีอยู่ว่า

คนที่เหมาะสมและสมควรจะมี กฏหมายนี้คุ้มครอง คือ คนที่จะไม่คิดจะใช้กฏหมายนี้
คนที่ไม่เหมาะสมและไม่สมควรที่จะมีกฏหมายนี้คุ้มครอง คือ คนที่คิดจะใช้กฏหมายนี้

แล้วจะมีทำไมล่ะ??

อันนี้ขอโทษนะครับ ผมไม่รู้ว่าจะเขียนอธิบายภาษาไทยว่าอะไร
It’s the absence not the presence of lèse majesté that will honor the king. This law is not for the King to use. It’s only for those of who want to squeeze their own belief in to other people’s mind’s satisfaction.

ลองภาษาไทยดู นั่นคือ

มันไม่ใช่การมีกฏหมายหมิ่นฯ ที่เป็นการแสดงความเคารพต่อในหลวง มันเป็นการไม่มีกฏหมายต่างหากที่เป็นการแสดงความเคารพในหลวงโดย ไม่ต้องมีเงื่อนไขไม่ต้องบังคับ กฏหมายหมิ่นมีประโยชน์แค่สนองตัณหาคนที่จะยัดความเชื่อตัวเองเข้าหัวคนอื่นต่างหาก ไม่ใช่การสนองพระประสงค์ หรือ เป็นการเทิดทูนในหลวงแต่อย่างไร ลองอ่านสามก๊กตอนเล่าปี่ ไปยึดเมืองป่า ๆ อะไรซักอย่างที่รบชนะแล้วก็ปล่อยแม่ทัพกลับไป หลายรอบ การชนะด้วยใจ ไม่ใช่การบังคับมันเท่กว่ากันขนาดไหน

คุ้น ๆ กับ Harry Potter ภาคแรกหรือเปล่าครับ กระจกที่ Dumbledore ทำไว้แล้วใส่ Socerer Stone เข้าไปแล้วเฉพาะคนที่ไม่อยากได้หินนั้นเท่านั้นที่จะเอาหินนั้นได้ ลองถามสิครับว่า แล้วหินนั้นจะมีทำบ้าอะไร เจ็บตัว Harry และเพื่อน ๆ อีก :s มีไว้รอวันที่เราประมาท Voldemort มาเอาไปทำประหลาด ๆ เท่านั้น

เอ..ถ้าผมจะไม่ยืนเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อเป็นการสรรเสริญว่าในหลวงท่านไม่เคยคิดจะ abuse lese majeste law เพื่อรังแกประชาชนที่ไม่ยืนระหว่างเพลงสรรเสริญพระบารมีล่ะ
หรือว่า ถ้าผมจะไม่ยืนเพลงชาติเพราะผมภูมิใจในประเทศของผม ที่ให้เสรีภาพในการไม่ต้องยืนตรงเคารพเพลงชาติล่ะ

แล้วถ้าผมบอกว่า การยืนนั้น เป็นการดูหมิ่น ในหลวงของผม ด้วยการกล่าวหาว่าถ้าไม่ยืนแล้วในหลวงจะใช้ lese majeste จับผมเข้าคุกล่ะ
หรือว่าถ้าผมบอกว่า การยืนนั้นเป็นการดูหมิ่น ประเทศไทย ว่าเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนประชาชนอยู่ภายใต้การกดขี่บังคับให้เคารพสิ่งที่ผู้นำต้องการให้เคารพ

ปัญหานี้จริง ๆ เนี่ยผมว่าเป็นปัญหามาจากการสอนในโรงเรียนอ่ะครับ ที่ไม่เคยสอนเล้ย ให้เป็นผู้นำทางความคิด ให้คนหัดคิด มีปัญญาแค่ตามชาวบ้าน ทำตามที่ครูบอก ทำตามกฏที่โรงเรียนบังคับ ตัดผมตามที่เค้าอยากให้คุณตัด ใส่เสื้อไปโรงเรียนตามที่เค้าอยากให้คุณใส่ แล้วคิดแค่ว่าทำตาม ๆ เค้าไปเหอะจะได้ไม่มีปัญหา สอนให้เด็ก passive ต่อ idea ตั้งแต่เด็ก คิดเองไม่เป็น และดั๊นไม่เคยเจอกับคนที่คิดต่าง ไม่เคยเรียนรู้การรับฟังคนที่ความเห็นต่าง ก็เลยไม่รู้ว่าจะอยู่ในสังคมที่มีความเห็นต่างอย่างไร รู้แค่ว่าอะไรที่ใครคิดไม่เหมือนกูผิดหมด เลวหมด

และพูดต่ออีกนั่นคือ เหตุผลที่ม็อป สนธิ ม็อป นปก และ อีกหลาย ๆ ม็อบที่มี Joiners มากกว่า Thinkers เกิดขึ้น มีให้คิดหลายที่นั่นคือ เหตุผลที่เกิดขึ้นคือ คิดเองไม่เป็น ต้องให้ชาวบ้านคิดมาบอกแล้วเชื่อ ในสังคมที่ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเองการโน้มน้าวคนหมู่มากแบบนี้เป็นไปไม่ได้แน่นอน และเหตุผลที่เรื่องบานปลาย ขนาดนี้ก็เพราะว่า โดนโน้มน้าวเสร็จแล้วดันอยู่กับคนที่เห็นต่างไม่เป็นอีก ตีกันให้ตายไปข้างนึง

เรื่องว่าคุณโชติศักดิ์ นั้นจะติดคุกแล้วได้รับ pardon หรือเปล่านั้น ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า กฏหมายที่ subject ต่อการ abuse ขนาดนี้ และไม่เคยมี usage อื่นนอกจากการ abuse ด้วยคนที่กฏหมายข้อนี้ไม่ได้ถูกเขียนมาเพื่อ หรือ การสนองตัณหาเพื่อจัดการคนที่ทำอะไรรกลูกหูลูกตาเรา ควรจะถูกแก้หรือยกเลิกได้แล้วหรือยัง แต่…จะมีนักการเมืองคนไหนมีอุดมการณ์พอที่จะ Do the right thing โดยที่ไม่สน consequence แล้วหรือยัง

ถ้าถามผมว่าคุณโชติศักดิ์ผิดกฏหมายที่มีอยู่ปัจจุบันหรือเปล่าหรือเปล่านั้น ผมว่า….ไม่ผิดครับมีสองประเด็นอยู่นั้นคือ การไม่แสดงความเคารพนั้นเป็นการดูหมิ่นหรือไม่ และมีรัฐธรรมนูญมาตรา 28 ช่วยชีวิตอยู่อ่ะครับ

ขอประเด็นบิดกฏหมายก่อน นั่นคือ การบอกว่าการไม่แสดงความเคารพเป็นการดูหมิ่น ที่หลาย ๆ คนพยายามจะให้มันหมายความอย่างนั้น

ผมก็เลยลองนึกประเด็นเทียบเคียง ว่าเด็กเดินผ่านคุณครู ศีลธรรมอันดีของคนไทย ก็จะบอกว่า ไหว้ครู โค้งผ่านครูด้วยนะจ้ะ และถ้าเทียบในคดีนี้ว่าให้ตีความที่คนจะเอาผิดพยายามจะตีความว่าการไม่แสดงความเคารพเป็นการดูหมิ่น แถมให้ด้วยว่า มีเพื่อนเดินผ่านมาสะกิดว่า เฮ้ยตะกี้แกไม่ได้สวัสดีครูนะ แต่ก็ไม่ไหว้อยู่ดี ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลว่างอนครู ไม่ชอบหน้าครู หรือ แค่ขี้เกียจ แปลว่าเราดูหมิ่นคุณครูอยู่หรือเปล่า ถ้าครูฟ้องหมิ่นประมาทล่ะ เราจะอ้างมาตรา 28 ได้หรือเปล่า

หรือเวลาพระเดินผ่าน ประเพณีอันดีของคนไทยที่ 80%+ เป็นชาวพุทธก็จะบอกว่า ไหว้พระนะ แต่ถ้าเราไม่นับถือศาสนาพุทธล่ะ เราดูหม่ินพระอยู่หรือเปล่า (ผมไม่ค่อยมีศาสนาเท่าไหร่ ผมแค่ being nice to people)

จะเห็นว่า การบิดเบือนเจตนารมณ์ เอาคำว่าการดูหมิ่นมาใช้ครอบจักรวาลเนี่ยมันทุเรศขนาดไหน การดูหมิ่นนั้นต้องเป็นการแสดงออกที่เห็นได้ชัดว่าดูหมิ่นไม่ใช่แค่การไม่แสดงความรพ มิใช่การด่าในใจ เพราะฉะนั้นผมว่าชัดมาก ต่อให้คุณโชติศักดิ์บอกว่า ขึ้เกียจยืนเป็นเหตุผล ก็เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นแน่นอน เพราะการไม่แสดงความเคารพไม่ใช่การดูหม่ิน ต่อให้ในใจเค้าอาจจะนึกบ่นอยู่ว่าเอาเพลงอะไรมาให้ฟังหว่า ฟังไม่รู้เรื่องภาษาเก่าโบราณ melody ก็ไม่เพราะเสียเวลาเปลืองแอร์เปลืองไฟ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เป็นการด่าในใจเฉย ๆ ไม่ได้ link กับการแสดงออกไม่ผิด (ผมว่าเพราะดีออก เวลาทำเป็น ochrestra ใน music video ก่อนหนังมา animation ก็สวยบรรเลงก็ดี) ถ้าจะให้ผิดหรอ ต้องไม่ยืนและพูดความคิดนั้นออกมาเป็นคำพูดด้วยและแสดงอย่างชัดเจนว่าการไม่ยืนและการไม่พูดนั้นเป็นการตั้งใจแสดงการดูหม่ิน และผู้ถูกรับการดูหมิ่นนั้นต้องเห็นด้วยว่าการกระทำนั้นเป็นการดูหมิ่น อย่างเช่นในกรณีนี้ ถ้าจะบอกว่า การไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญเป็นการดูหมิ่น เราควรไปถามในหลวงท่านด้วยว่าท่านเห็นว่าการไม่ยืนเพลงสรรเสริญนั้นเป็นการดูหมิ่นท่านหรือไม่ ถ้าท่านบอกว่าใช่ก็ค่อยพูดกัน ถ้าท่านบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ต้องพูดกัน ถ้าให้เดาก็คงรู้ว่าท่านจะตอบว่าอะไร แต่คงไม่มีใครไปถาม ก็ลองถามคนแถวบ้านเอาละกันว่า ถ้าคนบอกว่า theme song ตัวละครในทีวีไม่เพราะเนี่ย แปลว่าเค้าเกลียดตัวละครหรือเปล่า หรือถามตัวเองว่า เพลงชาติมาตอน 6 โมงในทีวีเนี่ย มีใครยืนมั่งครับ

มาดูที่รัฐธรรมนูญ

มาตรา ๒๘
บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน
	
บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้ สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้

ก่อนอื่น ก็ต้องเข้าใจคำว่าหรือก่อน คำว่า A หรือ B คือไม่ว่า A เป็นจริง หรือ B เป็นจริง A หรือ B ก็จะเป็นจริง มาตรานี้มีอยู่ 3 อันคือ ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพชาวบ้าน หรือ ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือ ไม่ขัดต่อศีลธรรม เพราะฉะนั้นใช้หลุดง่าย ๆ ได้ว่า 1 มันละเมิดสิทธิเสรีภาพชาวบ้านหรือเปล่า ตอบได้ชัดเจนแจ่มแจ้งว่า ไม่ เพราะฉั้น clause A หรือ B หรือ C เป็นจริง สิทธิการไม่ยืนของคุณโชติศักดิ์ สามารถใช้อ้างได้ คุณอาจจะบอกว่า แกเล่นคำนี่หว่า โกง แต่เค้าเขียนแบบนี้อ่ะ จะให้แปลไงอ่ะ
คุณก็อาจจะถามผมว่าแล้วมันขัดต่อศีลธรรมหรือเปล่า ผมไปหามาว่าศึลธรรมแปลว่าอะไร (http://rirs3.royin.go.th/word38/word-38-a2.asp)

ศีลธรรม ความประพฤติที่ดีที่ชอบ, ศีลและธรรม, ธรรมในระดับศีล

ก็ต้องตีประเด็นว่า การไม่แสดงความเคารพต่อเพลงสรรเสริญพระบารมีด้วยการยืน เนี่ยเป็นการขัดต่อความประพฤติที่ชอบของประชาชนหรือเปล่า ก็ต้องถามอีกว่า ขัด แปลว่าอะไร ไปดูพจนานุกรมไม่ค่อยได้เรื่อง ถ้าคุณเอาการใช้ในทำนองเดียวกันมาเทียบดีกว่า กฏข้อ A ขัดกับกฏข้อ B แปลว่า กฏข้อ A และ กฏข้อ B จะเป็น true ทั้งคู่ไม่ได้ แต่ว่าอันนี้ assume dichotomy นิดหน่อย ความประพฤติที่ชอบของประชาชนนี่ไม่ใช่ dichotomy แน่นอน ถ้า interpolate ความหมายล่ะ ว่าสมมติว่า ความประพฤติที่ชอบของประชาชนคือ ยืนขึ้น แล้วการไม่ยืนขึ้นเป็นการขัดหรือไม่ มันก็จะกลับไปที่คำถามเดิมว่า…ไม่ทำ คือ ไม่_ทำ หรือเปล่า ตอบว่าบอกไม่ได้เนื่องจาก มันไม่ใช่ dichotomy เหมือนเทียบง่าย ๆ กับสามคำว่า รัก เฉย ๆ กับ เกลียด ถามว่า ไม่รัก คือ เกลียด หรือเปล่า ก็บอกไม่ได้ หรือว่า ไม่รักคือเฉย ๆ หว่า…. เพราะฉะนั้นถ้าถามผม clause นี้ไม่ make sense ด้วยซ้ำ มันให้ตีความตามใจคนที่อยากจะบิดมันอ่ะครับ ผมก็ขอไม่พูดถึงละกัน ไม่งั้น liberal view ของผมจะ bias มัน

แต่อยากจะย้ำอีกทีว่า โชติศักดิ์ติดคุกหรือเปล่า ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่า การปู้ยี้ปู้ยำกฏหมาย สนองตัณหาตัวเองแบบนี้จะหมดไปได้หรือยัง

ศาลครับกรุณาตัดสินด้วยสมอง(ถ้ามี) อย่าใช้ common sense อย่าตัดสินแบบถูกกดดันทั้งข้างบนข้างล่างนะครับ ตัดสินโดยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่มีหน้าที่ปกป้องสิทธิเสรีภาพของเราและลูกหลานเรา(อันนี้มีให้พูดอีก ว่าเราเขียนรัฐธรรมนูญกี่ทีก็คิดแค่ใช้ในสมัยเรา ไม่เคยคิดไกล ใส่มาตรา ประหลาด ๆ เข้ามาได้ ต่างจากรัฐธรรมนูญที่ผมว่า design ด้วยวิสัยทัศน์เท่มาก the original bill of rights) เห็นตัดสินคดีสำคัญ ๆ ตามกระแสบ่อย ๆ หมู่นี้แล้วเป็นห่วง อย่าแปลมั่วแบบคราวใช้ retroactive law อีกนะ

แถมให้ครับ http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=2978


1 comment May 2nd, 2008


Calendar

May 2008
M T W T F S S
« Apr   Jun »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

Posts by Month

Posts by Category