ทำไมไม่ถาม คนสอนหรือคนเรียน
June 12th, 2007
ประสบการณ์การสอนผมค่อนข้างน้อยนิด เคยสอนแต่กลุ่มเด็กเก่งมากกลุ่มเล็ก ๆ และ สอนแบบกลุ่มเด็กปกติทีละคนสองคนเท่านั้น กลุ่มใหญ่ ๆ ยังไม่เคย (ที่ผมสอนมาทั้งหมดเค้าถามผมหมดอ่ะครับ บางอันมันทำให้ผมเข้าใจที่สอนเค้าดีขึ้นด้วยซ้ำ)
แต่ประสบการณ์การเรียนนั้นผมเรียนมาหลายรูปแบบอ่ะครับ จนสังเกตได้ว่าแบบนี้ work แบบนี้ หลับ แบบนี้ ไม่รู้เรื่อง แบบนี้ไรสาระ
เป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปว่า นักเรียนไม่ถาม ตอนเด็ก ๆ ผมก็เป็นครับ ในบทความนี้ผมจะตั้งสมมติฐานว่าทำไมนักเรียนไม่ถามนะครับ บทความนี้จะเหมือนบ่นมากกว่าบทความเป็นทางการ
1) จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบคนตอบไม่กล้าตอบ จะเลี่ยงไปในทาง discredit/intimidate คนถาม
อย่างเช่น คุณกล้าพอที่จะตอบคำถามนี้หรือไม่ว่า
ทำไมเราต้องยกย่องเชิดชูในหลวง ใช่ในหลวงเป็นคนดี แต่คนที่ดีมีอีกเยอะแยะทำไมเราไม่เห็นยกย่องแบบในหลวงเลยล่ะ
คำที่คุณจะได้รับตอบกลับมามักเป็นว่า แกไม่รักในหลวงใช่ไหม นิสัยไม่ดี -_-”
คำถามนี้ น้องผมอยู่ ป.4 ถามผม ผมเดาว่าน้องผมไม่กล้าไปถามคนอื่น กล้าถามผมคนเดียวเพราะผมไม่เลี่ยงตอบคำถามไม่ว่าจะประหลาดขนาดไหน และตอนนั้นผมคิดว่าน้องเค้าอารมณ์เซ็งจัด ด้วยการยัดเยียดความรักในหลวงใส่เด็กให้เด็กเขียนเรียงความกลอน ทำบ้าทำบอ ว่าฉันรักในหลวงจาก
หรือ อีกอันน้องคนเดิมถามว่า ทำไมเราต้องทำดีด้วยล่ะ….โดยส่วนตัวผมชอบคำถามของเด็ก ๆ แบบนี้นะครับ เพราะเค้าถามแบบปราศจาก สมมติฐาน ใด ๆ challenge common sense ของคุณ(ถ้าคุณ take the question seriously)
เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ว่า ด้วยการจำได้ว่า ถามคุณครูทีไร คุณครูตอบกลับมาแบบเลี่ยงคำถาม หรือตอบกลับมาแบบว่า ถามอะไรเนี่ยกวนจริง ๆ ถามอะไรเนี่ยไม่ตั้งใจฟังที่ครูสอนใช่ไหม แล้วก็ไม่ตอบ เพราะฉะนั้นเราจะถามไปทำไม
2) ครูสอนไม่รู้เรื่องจริง ๆ อันนี้ไม่รู้จะพูดอะไรครับ แต่คำถามนึงที่ถามได้ คือ ช่วยพูดใหม่อีกครั้งได้ไหม แต่มันก็จะย้อนกลับไปที่ข้อหนึ่งว่า ไม่ได้ตั้งใจฟังฉันพูดใช่ไหม
3) เด็กจดอย่างเดียวไม่ได้เข้าใจว่าจดอะไรไปก็เลย มีแต่คำถามจำพวกว่า ที่อาจารย์เขียนบนกระดานนั่นตัวอะไร คำถาม conceptual ก็เลยไม่มี
พบได้ในหลายคน แต่ผมเป็นคนนึงครับ ที่มักจะเข้าห้องเรียนตัวเปล่า กระดาษก็ไม่มี จดก็ไม่เคยจด และใน Field ของผมผมพบว่า คนที่ไม่จดมักจะเรียนได้ดีกว่าคนที่จด
ถ้าถามว่าทำไมเด็กจดอย่างเดียวไม่ได้สนใจหรอกว่าจดอะไรไป เดาได้ว่าเป็นวิธีที่สอน อย่างเช่นในบางวิชาเช่นชีวะ ตามประสบการณ์ของผมสมัยมัธยม คือ อ่านหนังสือ/แผ่นใสให้ฟัง ซึ่งผมและเพื่อนได้นินทาคนสอนว่า กูก็เป็นครูได้วะ นั่นคือ มันเป็นวิธีสอนที่ไม่เคยเน้นความเข้าใจ แต่เน้นการจดจำข้อมูล
และครูก็จะบอกว่า นี่ขนาดออกข้อสอบความจำนะ ยังทำไม่ได้ แล้วข้อสอบวิเคราะห์จะทำได้อย่างไร
ผมซึ่งเกลียดชีวะวิทยาอย่างมาก ก็ต้องมาเรียนอีกครั้งตอนอยู่มหาลัย(โดนบังคับ) พบว่า การสอนชีวะวิทยาต่างกันโดยสิ้นเชิง ใช่ครับมันต้องจำเหมือนเดิม แต่จำใน limit ที่เหมาะสม แล้ววัดผลด้วยการคิด
ย้อนกลับมาที่คำที่คุณครูชอบบ่นว่า ขนาดออกข้อสอบความจำนะ ยังทำไม่ได้แล้วข้อสอบวิเคราะห์จะทำได้อย่างไร
ผมจะตอบว่า…เพราะคุณให้เด็กจำเยอะน่ะสิครับ ลองสอนเด็กมีเนื้อหาให้จำน้อย ๆ แล้วคิดวิเคราะห์เยอะ ๆ สิครับ อย่างเช่น ยังจำได้ว่า ต้องนั่งท่อง phylum ของพืชและสัตว์ชนิดต่าง ๆ บ้าบอ พืชและสัตว์บางชนิดเกิดมาไม่เคยเห็น ชื่อฝรั่งอีก แล้วข้อสอบก็ถามว่า ตัวประหลาดนี้อยู่ใน phylum อะไร คุณตั้งใจจะสอนว่าสิ่งมีชีวิตแต่ละอย่างอยู่ในphylumอะไร หรอครับ ผมเดาว่าคุณตั้งใจสอนว่า สิ่งมีชีวิต ได้ถูกแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ชื่อ phylum นะแล้วพวกกติกาที่เค้าใช้แบ่งเป็นแบบนี้นะ
ถ้าการวัดผลเป็นแบบนี้ แน่นอนว่าคนเรียนต้อง จดอย่างเดียวแล้วนำไปท่องทีหลัง ฉันรู้นะว่าฉันเรียนอะไรไป แต่ฉันคงจำไม่ได้ว่า ตัวชื่อประหลาดนี้ หน้าตายังไง และ phylum ชื่อประหลาดนี้มีิข้อแบ่งพวกอย่างไร
ลองเปลี่ยนคำถามเป็นแบบนี้สิครับ หัวข้อสอบ เขียน definition ของแต่ละ phylum ให้ว่าแต่ละ phylum ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
แล้วก็วาดรูปตัวประหลาดมาอันนึง ชี้บอกที่สำคัญ แล้วถามเด็กว่า ตัวประหลาดนี้อยู่ใน phylum อะไร
วัดผลแบบนี้คนเข้าไปเรียนตัวเปล่านั่งฟังเข้าใจก็ได้ครับ
โดนการวัดผลแบบนี้เข้าไปบ่อย ๆ ทำให้บางคนถึงกับ เข้าใจว่า จำได้กับเข้าใจ คือ คำเดียวกัน
4) อีกอันนีงคือ เด็กไม่สนใจที่จะเรียนรู้ โดยทั่วไปแล้ว เราจะโทษเด็ก ลองถามตัวเองสิครับว่า ที่คุณสอนมันน่าเรียนขนาดไหน ตอนผมเป็นนักเรียนมัธยม ผมโดดเรียนไปเตะบอลประจำอ่ะครับ เพราะห้องเรียนมันไม่สนุก เด็กสมัยนี้คงอยากกลับบ้านไป up level เกม online ปัญหานี้ค่อนข้างเป็นปัญหาโลกแตกอ่ะครับ แต่ solution ง่าย ๆ ที่ผมพบคือ
อย่าสอน แต่ ให้เรียนไปกับนักเรียน อย่างเช่น ถ้าคุณจะสอน ทฤษฏีเลขอันนึงที่ต้อง prove
วิธีแรกที่คุณจะสอน คือ เขียนทฤษฏีนั้นบนกระดาน prove ให้เด็กดูทีละขั้นทีละขั้น อันนี้คือวิธีสอนทั่วไปที่ผมว่า เด็กหลับ
วิธีที่สอง เขียนทฤษฏีนั้นบนกระดาน แล้วหยุด แล้วถามว่า เราจะ prove กันอย่างไร ไม่ตอบเราไม่ไปไหน แต่ถ้าไม่มีคนตอบนานและเด็กไม่ทำท่าว่าคิดอยู่แล้ว ก็ให้ใบ้เพิ่ม ใครตอบได้ อาจจะให้ขนมอะไรก็ได้ขำ ๆ อันนี้เด็กจะได้ เหมือนว่า เล่มเกมโชว์อยู่ บังคับให้ pay attention แต่บางคนอาจจะบอกว่า มันก็คงมีเด็กสามคนข้างหน้าตอบเท่านั้น
ก็เรียกถามคำถามง่าย ๆ กับคนที่ไม่ได้ตอบ หรือ เรียกขึ้นมาแล้วปล่อยมุขอะไรก็ได้
หรือวิธี Teletubbies ที่ผมไม่เคยลองแต่น่าลอง ถ้าคนเคยดู Teletubbies จบพบว่า เค้าเล่นมุขสองครั้งฉายซ้ำติดกัน นั่นคือ เที่ยวแรก สอนเสร็จลบ แล้ว ลองใหม่อีกที
Entry Filed under: Uncategorized
5 Comments Add your own
1. aoyoyo | June 12th, 2007 at 11:13 am
เห็นด้วย 100% เลยค่ะ กับระบบสอนให้ดีแต่จำของเรา ควรปฏิวัติเป็นการสอนให้ทำอย่างไรไม่ต้องท่องจำ แต่เข้าใจ และรู้ว่าความรู้ที่เราได้รับจะนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างในอนาคต
จำได้ว่าสมัยมัธยม เริ่มเทอมใหม่ทุกๆ ครั้ง ครูผู้สอนจะต้องบอกวัตถุประสงค์ของวิชาก่อน คอนเซ็ปต์ดีค่ะ แต่ปฏิบัติไม่ได้เรื่อง เพราะคำที่ครูใช้มันเข้าใจยากสำหรับเด็ก ไม่ใช่สิ่งที่จับต้องได้เลย
ส่วนตัวแล้วเป็นคนเกลียดการท่องจำที่สุด วิชาที่ไม่สนใจเรียนเลย ช่วง ม.ปลาย คือ ชีววิทยา ภาษาไทย สังคมศึกษา ศาสนา สาเหตหลักุคือไม่ใช้ชีวฯ และศาสนา ในการเอ็นทรานซ์ ภาษาไทย กับสังคม ไปมั่วเอาในห้องสอบก็แล้วกัน
สาเหตุรองคือ สมองมีเนื้อที่จำกัด ใช้ท่องอะไรอย่างที่ครูชอบออกข้อสอบไม่ไหว มันเหนื่อย
2. PeeTai | June 13th, 2007 at 11:33 am
คุณ Tee ก็ใกล้จะต้องเป็นอาจารย์แล้วนิ ^o^ เป็นอาจารย์ไม่ง่ายเลยเน้อะ
3. POL_US | November 12th, 2007 at 11:48 pm
เป็นอาจารย์สอนคนให้คิดนี่มันยากจริง ๆ นะครับ ผมเคยเป็นอาจารย์พิเศษ ให้แก่เด็กในสถาบันอุดมศึกษา (ราชภัฎ) สองแห่ง รู้สึกได้ว่า ผมไม่มีความสามารถพอที่จะชวนให้เด็กคิดและติดตามเนื้อหาที่สอนได้
แม้จะกระตุ้นให้อ่านมาก่อน ตั้งคำถาม ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเขา เพราะสอนกฎหมายอาญา (ภาคทั่ว ๆ ไป) ซึ่งเน้นทฤษฎีมาก ๆ ยากจริงๆ ที่ชวนให้เขาคิดไปกับเราได้
สิ่งที่ นักเรียนส่วนใหญ่จะถามอย่างเดียว … คือ ครูจะออกข้อสอบอะไร … ผมอยากได้เกรดเอ ไม่งั้นผม ถูกไล่ออก เพราะเกรดต่ำกว่าที่มหาวิทยาลัยกำหนด
ปล. คุณ Tee น่าจะเป็นครูที่ดีนะครับ เท่าที่อ่านมา
4. MN | April 19th, 2008 at 12:30 am
ผมอยู่ในfieldที่ต้องท่องจำแบบสุดๆ พบว่าเรียนแบบไม่จด ไม่work สอบเทอมแรกลำบากมาก ก็ต้องปรับตัว ไม่ใช่พยายามจดให้ทัน เพราะผมไม่เคยฝึกที่จะจดตามคำสอนตั้งแต่ไหนแต่ไร จะมาเร่งspeedอย่างไรมันก็ไม่ทัน ก็ต้องขอความอนุเคราะห์เพื่อน ขอยืมสมุดจดไปซีรอก อ่านสอบ รอดมาได้
5. aGoo | April 20th, 2008 at 2:04 pm
post นี้ดีชอบๆ
Leave a Comment
You must be logged in to post a comment.
Subscribe to the comments via RSS Feed