Archive for May, 2007

คุณโกหกอยู่หรือเปล่า….(เวอร์ชั่น รากฐานของระบบศาล)

คำถามว่า คุณโกหกอยู่หรือเปล่า เป็นคำถามที่ลึกซึ้งมากครับ

นั่นคือ เป็นคำถามที่ ไม่ว่าคุณจะตอบอะไร คำตอบจะไร้ค่า และ ไร้ความหมาย

นั่นคือ

ถ้าคุณได้รับคำตอบว่า เปล่าฉันพูดจริงอยู่ คำตอบนี้ ไม่มีความหมายใด เนื่องจาก ถ้าคุณจะให้ความหมายว่า เขาพูดจริงอยู่ คุณต้อง Assume ว่าเขาพูดจริงอยู่ หรือ ถ้าคุณจะให้ความหมายว่า เขาโกหกอยู่ ก็เลยบอกว่าพูดจริง(โกหกว่า ไม่ได้โกหก) อยู่คุณก็ต้อง assume ว่าเขาโกหกอยู่ ซึ่งทั้งคู่ เป็นการตัดสินแบบ circular นั่นคือ To prove A is true, lets assume A is true, therefore A is true QED.

ถ้าได้รับคำตอบว่าโกหกอยู่ คำตอบมัน non-sense ครับนั่นคือ ถ้าสมมติว่าคุณพูดจริง แล้วบอกว่า โกหกอยู่ ก็แปลว่า คุณโกหกอยู่ contradict กับ assumption หรือบอกว่า ถ้าสมมติว่าคุณโกหกอยู่ แล้วบอกว่า โกหกอยู่ ก็แปลว่าคุณพูดจริง ก็ contradict กับ assumption เช่นกัน

ทำไมผมถึงเขียนเรื่องนี้วันนี้หรือ ผมสะดุดกับคำถามที่ ทรท ตั้งขึ้นถามตุลาการ ว่า (คปค. มีอำนาจแต่งตั้ง ตุลาการ และ) ตุลาการมีอำนาจตัดสินอะไรด้วยหรือ (ถ้าอ่านแล้วงง แนะนำให้อ่านย่อหน้าละสองครั้ง)

ที่ผมจะพูดนี้ไม่เกี่ยวกับข้อกฏหมาย logic ล้วน ๆ

มันเป็นคำถามจำพวกเดียวกับว่า คุณโกหกอยู่หรือเปล่า

นั่นคือ ก่อนอื่นที่การวินิจฉัยของตุลาการ จะมีความหมาย เราต้อง Assume ก่อนว่า ตุลาการมีอำนาจวินิจฉัย ว่า ตุลาการมีอำนาจวินิจฉัย หรือเปล่า มิเช่นนั้น คำตอบของตุลาการจะไม่มี ความหมายแต่อย่างไร

คราวนี้เรา Assume ว่าตุลาการมี อำนาจบอกว่า ตุลาการ(และ คปค) มีอำนาจบอกหรือเปล่า

ถ้าตุลาการบอกว่า ใช่ฉันมีอำนาจ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม มันเป็นการสรุปแบบ Assume ว่าฉันมีอำนาจ(และข้อสันนิษฐานอื่น ๆ) เพราะ ฉะนั้นฉันมีอำนาจ มัน illogical

หรือ ถ้าตุลาการบอกว่า ฉันไม่มีอำนาจ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม งั้นตุลาการตอบมาก็ไม่มีความหมายใด ๆ

นั่นคือ คำถามว่า ตุลาการ มีอำนาจตัดสินอะไรด้วยหรือ เป็นคำถามที่ ตุลาการตอบเอง ไม่ได้ (ตอบได้แต่ไร้ความหมาย)

ทางออกล่ะคืออะไร คำตอบคือ ถามคนอื่นครับ แต่นั่นก็ทำให้เกิดปัญหาเดิมอยู่ดี นั่นคือ ตุลาการบอกได้ว่า ไปถามคปคสิ คปคบอกว่าตุลาการมีอำนาจ เพราะฉะนั้น ตุลาการมีอำนาจ

แต่เราเปลี่ยนคำถามได้ว่า คปค มีอำนาจบอกว่าตุลาการมีอำนาจ และ ตุลาการมีอำนาตัดสินอะไรหรือหรือเปล่า

ก็จะทำให้คำถามว่า คปค มีอำนาจบอกว่าตุลาการมีอำนาจหรือเปล่า เป็นคำถามที่คปค ตอบไม่ได้ และ ตุลาการ ตอบไม่ได้ (เพราะจะตอบได้ต้องใช้ circular reasoning)

คราวนี้ คปค กับ ตุลาการ อาจจะบอกว่า เพราะรัฐธรรมนูญ หรือ กฏสังคม อะไรพวกนี้ บอกไว้ว่าฉันทำได้

ก็เปลี่ยนคำถามเพื่อ include รัฐธรรมนูญ และ กฏสังคม อีก ว่า มีอำนาจบอกว่า คปค และ ตุลาการ ทำอะไรบ้าง หรือเปล่า

และถ้าคราวนี้ล่ะ ผมไล่ถามไปทุกอัน จนกระทั่ง คำถาม ว่า องค์ประกอบต่าง ๆ ของ ระบบยุติธรรม มีอำนาจทำอะไรหรือเปล่า เป็นคำถามที่ระบบยุติธรรม ตอบเองไม่ได้

หรือนั่นคือ ระบบยุติธรรม consistent / meaningful อยู่ในตัวเองไม่ได้ (คล้าย ๆ Godel’s incompleteness theorem) แต่ถ้าจะให้พูดสรุปสั้นสั้น คือ ระบบความยุติธรมมมันก็คล้าย ๆ คณิตศาสตร์ที่ใช้ deduction ในการคิด แต่ว่า….ในคณิตศาสตร์นั้นเรามีจุดเริ่มต้นที่เรียกว่า definition ที่ allow เราให้ทำการ deduction จาก definition ได้ แต่ในกฏหมาย อะไรล่ะ เป็นตัวที่ทำหน้าที่เหมือน definition

ผมเดาว่าคำถามนี้ต้องมี standard answer แล้ว เพราะมันคือรากฐานของระบบที่เราเรียกว่ายุติธรรมแต่ผมหาไม่เจอครับ

1 comment May 31st, 2007

คดียุบพรรค

สั้น ๆ ว่า
กรณีพรรคประชาธิปปัตย์ ตัดสินได้ดีครับ นั่นคือ ผมชอบการตัดสินแบบ Assume ไม่ผิดจนกระทั่งพิสูจน์ว่าผิด เยี่ยมครับ เพราะโยงไกลกันเหลือเกิน

รอดูพรรคไทยรักไทยต่อไปว่า จะมาตรฐานเดิมหรือเปล่า

กำลังฟัง ของพรรคไทยรักไทยอยู่ ผมว่าข้อฟ้องร้องว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญไม่มีความชอบธรรมมี logic ที่น่าสนใจครับ เป็นคำฟ้องร้องที่บังคับให้ตัดสินแบบ recursive ไว้เดี๋ยวจะมาเขียนครับ (เนื้อหาคำฟ้อง ผมว่าไร้สาระ แต่ logic ที่ใช้ฟ้องน่าสนใจครับ)

ฟังไปได้อีก ได้ว่า ตุลาการกำลังทำมาตรฐานมัดคอตัวเองหรือเปล่านั่นคือ ใช้มาตรฐานจากการปฏิวัติครั้งก่อนว่า ไม่ได้บอกว่ายกเลิกแปลว่าให้ใช้ต่อ

แล้วข้อที่บอกว่า คนใช้กำลังยึดอำนาจ ให้ลงโทษนี่ ถูกยกเลิกไปหรือยัง แล้วกฏหมายจราจร พรบ. กรมขนส่ง ที่เอารถถังน้ำหนักเกินวิ่งผิดเลน ไม่มีทะเบียน หรือ อะไรตลก ๆ แบบนี้ล่ะ จะเอามาใช้ได้หรือไม่

อีกหนึ่งมาตรฐานที่อาจารย์ผมยาว สุดเท่ห์ชื่ออะไรไม่รู้จำไม่ได้น่าฟังคือ การเลือกตั้งครั้งที่ถูกยกเลิกไปนั้น หาได้เป็นการยกเลิกความผิดที่เกิดจากการเลือกตั้งนั้นไม่ ความผิดฉีกบัตรก็ยังคงต้องไปสู้ในศาล(ถ้ามีคนฟ้อง)

อีกอันที่ตลกครับ เรื่องคุณ ขัติมา (สะกดไงไม่รู้) ถ้านายสุเทพขู่ฟ้อง ถ้าไม่ได้ทำแล้วไม่มีเหตุผลต้องกลัว ลองไปถามชาวบ้านดูสิครับ -_-” ว่าต้องกล้วไหม แต่นี่ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเช่นกัน

ฟังมาได้ระดับหนึ่งแล้วได้ความรู้สึกว่า สองมาตรฐาน นิด ๆ ครับ
นั่นคือ พยานมีส่วนได้เสีย(คน ทรทสองคน ที่บอกว่าเป็น คนพรรคปชปคุยกับคนชุมนุมที่สงขลา) แล้ว ฟังไม่ได้ สำหรับพรรคประชาธิปปัตย์ แต่ถ้า พยานมมีส่วนได้เสีย(ช่างกล้องพรรคปชปสองคน) แล้วฟังได้ สำหรับ ทรท แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่าไหร่ก็ฟังต่อไป

ฟังต่ออีกได้ว่า อันนี้สองมาตรฐานอย่างน่าเกลียดมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
(เลือกตั้งแล้วมีเขตที่ไม่ครบ 20% ทำให้ไม่ครบสภา รับตำแหน่ง) [ทรท]จะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้นั้น (Assume guilty)

และโยงกันอย่างสนุก ว่า ธรรมรักษ์ดำเนินการแทนพรรค ทรท (ไร้พยานไร้หลักฐานสุด ๆ น่าเกลียดมากครับ พยานหลักฐานอ่อนสุด ๆ) สรุปได้ใจความว่า ไม่มีการประชุมหลังจากมีการกล่าวหา แปลว่า พรคคยอมรับให้ทำ (เป็นการสรุปที่น่าเกลียดมากครับ) เชือกเส้นเดียวและเส้นสำคัญในการตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย ของ ตุลาการรัฐธรรมนูญ

และ สรุปคือ ยุบพรรคไทยรักไทย (Bye and Thanks :) )

สรุปความเห็นผมคือ
ผมเห็นด้วยกับการไม่ยุบปชป. แต่ ผมไม่เห็นด้วยกับการตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย เพราะว่า พยานอ่อนและโยงไปมามั่วซั่วมาก ผมเห็นด้วยว่าควรจัดการคุณธรรมรักษ์แต่การโยงมั่วซั่ว ใช้ไม่ได้ครับ

ขอให้อย่าเกิดเหตุการณ์รุนแรงเลยครับ ถ้าคุณจะออกไปสู้ให้ออกไปสู้เพื่อประเทศกับเผด็จการทหาร อย่าออกไปต่อสู้เพื่อพรรคการเมืองหรือนักการเมืองเลย

และฝากถึงคุณทักษิณ ช่วยออกมาขอร้องชาวบ้านว่าอย่าก่อความวุ่นวาย จะขอบคุณอย่างยิ่ง

5 comments May 30th, 2007

ลง Ubuntu บน Macbook (Dual Boot)

วันนี้ผมได้กำจัด windows xp ที่ผมทำ bootcamp ไว้แต่ไม่เคยได้ใช้เลย แล้วเอา Ubuntu Feisty ใส่เข้าไปแทนครับ

ก่อนอื่น Macbook ผมเป็น 1st rev นะครับ coreduo เฉย ๆ ไม่ใช่ core2duo รู้สึกว่าคนที่มี 2nd rev ต้องใช้กำลังภายในนิดหน่อยในการติดตั้ง wireless แต่ 1st rev ใช้ได้ทันทีหนังลง

ขั้นตอนที่ผมลง ผมก็เอามาจากนี่ครับ แต่มีพวกขั้นตอนปรับแต่งหลังจากนั้นที่คนใช้ mac อาจจะอยากได้ (ด้วยความเคยชิน)

วิธีลง ผมก็อ่านเอามาจากที่นี่อ่ะครับ

https://help.ubuntu.com/community/MacBook

ไปดูเองได้ครับ สรุปง่าย ๆ คือ แทบจะแค่ กด next next next ok ok next next อะไรแบบนี้

หลังจากลงเสร็จพบปัญหาหลายอย่างคือ
-1) คลิกขวายังไง(วะ) ตอบคือ กด f12 ครับเป็นปุ่ม default เดี๋ยวจะเปลี่ยนทีหลัง
0) resolution มันเพี้ยนอันนี้แก้ง่ายครับ แค่ลง 915resolution โดย

sudo apt-get install 915resolution

ลงเสร็จกด ctrl-alt-backspace หนึ่งทีเพื่อ restart x server ก็จะเสร็จ
1) Trackpad น่ารำคาญเป็นบ้า sensitive สุด ๆ วิธีแก้คือไปแก้ที่ /etc/X11/xorg.conf ครับเอา config ข้างล่างนี้ไปใส่ให้ถูกที่ (ข้างล่างนี้ มี two finger scrolling อย่างเดียวนะครับ ไม่มี tap to click(ผมไม่ชอบ) และ ไม่มี one finger scrolling) และทำ sensitivity ให้มัน makesense นิดนึง

Section “InputDevice”
Identifier “Synaptics Touchpad”
Driver “synaptics”
Option “CorePointer”
Option “SendCoreEvents” “true”
Option “Device” “/dev/psaux”
Option “Protocol” “auto-dev”
#Option “LeftEdge” “100″
#Option “RightEdge” “1120″
#Option “TopEdge” “50″
#Option “BottomEdge” “310″
Option “FingerLow” “20″
Option “FingerHigh” “30″
Option “MaxTapTime” “0″
Option “MaxTapMove” “220″
Option “MaxDoubleTapTime” “180″
#Option “VertScrollDelta” “25″
#Option “HorizScrollDelta” “30″
Option “VertEdgeScroll” “false”
Option “VScrollEmuOff” “1″
Option “VertTwoFingerScroll” “true”
# Option “HorizTwoFingerScroll” “true”
# Option “FastTaps” “true”
#Option “TapButton2″ “3″
#Option “TapButton3″ “2″
Option “MinSpeed” “0.79″
Option “MaxSpeed” “0.88″
Option “AccelFactor” “0.015″
Option “SHMConfig” “on”
EndSection

3) จัดการกับคลิ้กขวา ปุ่ม f12 คิดได้ไงเนี่ย -_-” ผมพยายามหลายรอบในการเปลียนเป็น ctrl-click แล้วมันไม่เปลี่ยนให้ผมอ่ะครับ ทำได้ที่ make sense สุดคือ เปลี่ยนปุ่ม enter ข้างล่างเป็นคลิ้กขวา วิธีทำคือ แก้ไฟล์ /etc/default/mouseemu เติมบรรทัดนี้เข้าไปครับ

RIGHT_CLICK=”-right 0 96″

4) Optional ปุ่ม F8 F9 Fxxxx ไม่ทำงาน กด fn+f9 fn+f8 แทนครับเหมือนเค้า map มาสลับกันไม่รู้เปลี่ยนยังไง แต่ถ้ามันน่ารำคาญเวลาใช้ beryl scale ให้เปลี่ยน F9 เป็น XF86Launch1
5) vlc ไม่มีรูปหลังจากใช้ beryl วิธีแก้คือ ไปที่ vlc เลือก preference แล้วเปลี่ยน output module เป็น x11
6) optional อีกเช่นกันเป็นการสร้าง partition เอาไว้โยนไฟล์ไปมาระหว่าง osx กับ Ubuntu ตอนแรกจะใช้ fat32*(ดูที่6.1) แต่ติดปัญหาก็เลยใช้ ext2 แทนในการโยนไฟล์ไปมา หลักการหลัก ๆ มีอยู่ว่า(ข้ามรายละเอียดไปเยอะมาก ไม่เหมาะสำหรับมือใหม่อ่าน)
1) boot เครื่องใหม่ในแผ่น live cd แล้วใช้ gparted ย่อขนาด partition ที่เราจะเอามาแบ่งให้โยนไฟล์ แล้วสร้าง partition ext2 ไว้อันนึง (อย่าลืมแก้ fstab หรือใช้ storage device manger mount มันแบบ auto ด้วย) หลังจาก mount แล้วอย่าลืมแก้ permission ให้ชาวบ้านเขียนได้ด้วย( chmod ธรรมดาแต่ใน fstab ต้องมีrw ด้วยนะ)
2) เข้า Ubuntu แล้วใช้ tune2fs เอา Directory Indexing กับ Jorunaling ออกไปด้วย

tune2fs -O ^has_journal,^dir_index /dev/foo

3) เข้า OS X แล้วลง http://sourceforge.net/projects/ext2fsx/ ลงเสร็จ restart เครื่องหนึ่งทีก็เสร็จครับ

6.1)(ถ้าคุณมี harddisk อีกตัวก็จะดีครับ เพราะ fat32 ที่ format บน Ubuntu OS X mount ได้แต่ต้องใช้กำลัง (ต้องไปพิมพ์เองว่า mount -t msdos /dev/disk0xxxx targetdir ) มันไม่ยอม detect ให้เองไม่รู้ทำไม และถ้าจะทำ fat32 ที่ OS X อ่านได้ เราต้องไป format จากบน OS X แล้ว โปรแกรม format แบบ non-destructive ที่ไม่เสียตังค์ ผมหาไม่เจออ่ะครับ (ไปอ่าน ๆ เค้าบอกมี record อะไรต้อง เซ็ตเป็นคำว่า msdos ไม่งั้น OS X ไม่ mount auto)

2 comments May 11th, 2007

Unrealized loss and Numeraire

ผมเห็นหลายคนบอกว่าแบ้งค์ชาติขาดทุน แลกค่าเงินนู่นนี่นั่น ก็เลยอยากจะมาสอนศัพท์สองคำครับ และจะมาพูดให้คนงงเล่น(อีกแล้ว)

Unrealized loss ภาษาชาวบ้านคือ เสียตังค์แต่ยังไม่ทำให้รู้ตัวว่าเสีย นั่นคือ สมมติว่า คุณซื้อหุ้น หุ้นละหนึ่งบาท หนึ่งหุ้น และคุณมีเงินเหลือ หนึ่งบาท วันถัดมา หุ้นตก เป็นหุ้นละ 0.8 สตางค์ ถามว่าคุณได้หรือเสียเท่าไหร่ ผมจะบอกว่ามันตอบไม่ได้ครับ นั่นคือ

เริ่มต้นคุณมีเงิน สองบาท แต่ตอนนี้ คุณมีหนึ่งบาทกับอีกหนึ่งหุ้น มันเทียบกันไม่ได้
แต่ถ้าคุณขายหุ้นนั้นไปวันนี้(นี่คือวิธีคิด Unrealized loss) คุณก็จะมีเงิน 1.8 บาท สามารถนำมาเทียบกับ สองบาท ได้ว่าคุณขาดทุนแบบไม่รู้ตัวอยู่ 0.2 บาท

(ข้างบนนี้ แล้ว ในทั้งบทความนี้ สมมติว่าดอกเบี้ยแบ้งค์เป็น 0 นะครับ เพราะจริง ๆ เวลาเอาเงินมาเทียบกันเราต้อง discount ดอกเบี้ยแบ้งค์ออกไป)

คราวนี้ คำที่สองครับ

Numéraire แปลเป็นภาษาชาวบ้านที่เข้าใจง่าย ๆ ว่า “หน่วย ที่เราเอามานับเงินเรา” เราอาจจะนับทรัพย์สินเราในหน่วยเงินดอล ในหน่วยชามก๋วยเตี๋ยวร้านปากซอย ในหน่วยจำนวนหุ้น A(อย่าใช้หุ้น ITV นะเดี๋ยวมันจะเป็น infinite :P ) อาจจะฟังดูปัญญาอ่อนแต่ ผมจะทำอะไรให้ดูครับ คล้าย ๆ กับ ตัวอย่างข้างบน และตัวอย่างนี้คือ เหตุผลที่ผมต้องอธิบายสองคำนี้

สมมติว่าคุณมีเงินอยู่ 80 บาทนะครับ และวันนี้อัตราแลกเปลี่ยนเป็น 40 บาทต่อดอล (ผมเรียกวันนี้ว่าที่เวลา t=0)
คุณไปแลกมาหนึ่งดอล เพราะฉะนั้น ที่เวลา t=0 คุณมีเงินอยู่ 40 บาท กับอีก 1 ดอล

ผ่านไปหนึ่งเดือน(t=T) รัฐบาลเก่งมาก(หรือห่วยมากหว่า….อิอิ)ครับ อัตราแลกเปลี่ยนกลายเป็น 20 บาทต่อดอล
ถามว่าวันนี้คุณขาดทุนหรือได้กำไรเท่าไหร่

นาย A บอกว่า แกก็ขาดทุน 20 บาทสิ เพราะว่า ตอนนี้แกมีเงินอยู่ 20*1 + 40 = 60 บาท แต่ตอนแรกแกมี 80 บาท
นาย B บอกว่า แกได้กำไรอยู่ 1 ดอล เพราะว่า ตอนนี้แกมีเงินอยู่ 1+40/20 = 3 ดอล แต่ตอนแรกแกมีแค่ 80/40=2 ดอล
นาย C บอกว่า แกก็มีตังค์เท่าเดิมละวะ เพราะว่า ตอนแรกแกมีอยู่ 40 บาท กับ 1 ดอล ตอนนี้แกก็ยังมีตังค์อยู่ 40 บาท กับ 1 ดอล

หรือ ถ้าจะทำให้ดูเหมือน ฉลาดที่สุด(แต่มันก็ไม่ได้วัดว่าเรากำไรขาดทุนเท่าไหร่) ก็บอกถามใหม่ได้ว่า ธุรกรรม ที่เรา ทำที่เวลา t=0 ต่างจากธุรกรรมที่ทำให้เรามีเงินเยอะที่สุด ไปเท่าไหร่

ธุรกรรมที่ทำให้เรามีเงินเยอะที่สุด (ไม่เกี่ยงจะใช้หน่วยไหน) ก็คือ ไม่แลกเงินเลยที่ t=0 ถือ 80 บาทไว้ เพราะฉะนั้น เงินที่เรามีได้มากที่สุด ที่เวลา t=T = 80 บาท หรือ 4 ดอล

เพราะฉะนั้นตอนนี้เราห่างจาก optimal strategy ไป 20 บาท หรือ 1 ดอล (แบบ A บอก 80-60 บาท แบบ B บอกมี 4-3 ดอล) แต่เหมือนที่บอกข้างต้นมันไม่ได้บอกว่าเรากำไรขาดทุนเท่าไหร่ มันแค่บอกว่าเราทำห่างจาก strategy ที่ทำเงินเยอะที่สุดเท่าไหร่ และจะเห็นได้ว่า ถ้าเทียบแบบนี้ ยังไงก็(ดูเหมือน)ขาดทุน และ ในทางกลับกันถ้าเรานำมันไปเทียบกับ Strategy ที่ทำให้เรามีเงินน้อยที่สุด ยังไงเราก็(ดูเหมือน)กำไร

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เวลาคนบอกว่า แบ้งค์ชาติขาดทุน อย่าเพิ่งตกใจ ถามเค้าก่อนว่าเค้าคิดยังไง :)
แต่พวกหนังสือพิมพ์ปัญญาอ่อน ชอบตีข่าวให้ดูตื่นเต้นตกใจ คนไม่รู้ก็เชื่อตามมั่วซั่วไม่ได้คิด นี่ไม่รู้จะพูดยังไง -_-”

**สำหรับคนที่งงว่า ทำไมนาย A ฺB, C บอกไม่่เหมือนกัน คำตอบคือ Strategy(แผนการแลกเงิน) ที่นาย A,B,C นำ Strategy ที่ใช้อยู่ขณะนี้ มันไม่เหมือนกันอ่ะครับ นั่นคือ นาย A นำไปเทียบกับ Strategy ที่ไม่แลกเงินเลย นาย B นำไปเทียบกับ Strategy ที่แลกทุกบาทเป็นดอล นาย C นำไปเทียบกับ Strategy ที่เราใช้อยู่

3 comments May 9th, 2007

How to get a clock screensaver running under ubuntu

I love ubuntu (especially fiesty). It’s now very very close to “just works”(with new dell support I’ll love it more). But…, what the f***. There is no clock screensaver by default? And WTF with gnome-screensaver that doesn’t let me set the text to display on gltext. So, here is the quick fix

change the this line in the file /usr/share/applications/screensavers/gltext.desktop

from

Exec=gltext -root

To

Exec=gltext -root -text “%A%n%d %b %Y%n%l:%M:%S %p” -front

save and you are done.

11 comments May 5th, 2007


Calendar

May 2007
M T W T F S S
« Apr   Jun »
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

Posts by Month

Posts by Category