Archive for April 9th, 2006
if กับ iff เป็นคำทางคณิตศาสตร์ที่ใช้บ่อยครับ คนที่ไม่ได้เรียนเลขแบบการพิสูจน์ จะไม่ค่อยรู้จักสองคำนี้
A if B หรือ if A then B เนี่ย แปลเป็นภาษาไทยแบบรัดกุม ได้ว่า ถ้า A เป็นจริง แล้ว B จะเป็นจริง เคสที่เหลือคือ ถ้า A ไม่เป็นจริง แล้ว เราไม่สามารถสรุป B ได้ หรือพูดในทางกลับ คือ ถ้ารู้ว่า B เป็นจริง แล้ว A ไม่จำเป็นต้องเป็นจริง ก็ได้
คราวนี้ A iff B หรือ A if and only if B แปลเป็นภาษาไทย ได้ว่า ถ้า A เป็นจริงเราสรุปได้ว่า B เป็นจริง และ ถ้า B เป็นจริง เราสรุปได้ว่า A เป็นจริง
ที่เกริ่นมาเพราะคนเข้าใจว่า มันเป็นอันเดียวกันเยอะ ถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม
Define ก่อนว่า ทรราช แปลว่า คนที่ไม่หวังดีต่อแผ่นดิน อย่างเช่น แปรรูปการไฟฟ้าเพื่อขายให้ต่างชาติ เพื่อให้ต่างชาติยึดเมืองไทย(ย้ำคำว่าเพื่อเหมือนกัน) สรุปลวก ๆ (ไม่ถูกเท่าไหร่สมมติว่า Definition นี้เป็นจริง และ ทรราชทุกคนต้อง ทำอย่างข้างต้น เพื่อเป็นตัวอย่าง)ได้ว่า
(A เป็น ทรราช) iff ( (A แปรรูป) และ (จุดประสงค์การแปรรูปของ A คือการขายให้ต่างชาติ เพื่อให้ต่างชาติยึดเมืองไทย))
ทฤษฏีที่ตามมา (Collorary) คือ
ทักษิณเป็นทรราช แล้ว เค้าจะแปรรูปการไฟฟ้า (Prove ได้ จาก definition เลย)
แต่
ทักษิณแปรรูปการไฟฟ้า ไม่ได้แปลว่า ทักษิณเป็นทรราช ต้องดูเจตนาด้วย
โดยส่วนตัวผมก็ไม่สนับสนุนการ แปรรูปครั้งนี้(ย้ำคำว่าครั้งนี้)อ่ะครับ(ศาลปกครองก็บอกมาแล้วว่า ไม่ได้นะจ้ะ) ทำโดยไม่รัดกุมเท่าไหร่เลย ไม่ฟังชาวบ้านเลย แต่ผมสนับสนุนการ แปรรูปรัฐวิสาหกิจ การลอยตัวทุกชนิด รวมถึงราคาน้ำมันไม่ subsidize ครับ เนื่องจากเป็นการเสียตังค์เล่น และ deter การพัฒนาพลังงานทดแทนด้วย (โดยมีกฏหมายควบคุมเรื่อง monopoly(or monopoly via ฮั้ว) แบบฉลาด ๆ อย่างเช่นต้องจ่าย ค่า monopoly ชนิดไม่มีใครอยากทำเป็น monopoly หรือมี price cap ที่เหมาะสม)
April 9th, 2006
กรณีขายหุ้น
http://www.thairakthai.or.th/trtp_49/pdf/BVI_Complete.pdf
ที่เหลือ อีกมากมาย
http://www.thairakthai.or.th/trtp/info_party/index_show.asp?lib_id=1605&lib_Mode=M&lib_subGroup=23
อ่านกันเอง ชอบไม่ชอบแล้วแต่คุณ เค้าตอบมาแล้วจะไม่อ่านกันหน่อยหรอ จะได้ไม่เถียงหัวชนฝาปาว ๆ ว่าเค้าไม่ตอบ ถ้าตอบแล้วไม่เคลียร์ตรงไหน เอาเป็น specific ก็ไปถามเค้าละกันนะครับ ถ้าจะบ่นแค่ว่า ไม่เคลียร์ โดยไม่บอกว่าตรงไหน เนี่ยไม่ต้องบ่นครับ มันเป็นการแสดงความเห็นแบบไร้สาระครับ เปลืองที่
April 9th, 2006
ส่ิงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตอนนี้ นั่นคือ รัฐบาลพรรคเดียวพร้อมกับมีฝ่ายค้านเพียงหยิบมือ(ตอนนี้มีคนเดียว) ผมก็เลยเสนอทางแก้รัฐธรรมนูญเพื่อป้องกัน ปัญหาแบบ edge case แบบนี้ วิจารณ์แบบมีสาระได้ครับ พวกนี้ผมคิดอะไรได้ก็เขียนนะครับ
1) พรรคการเมือง ถ้ามีกำลังพอส่งเลือกตั้ง x คน(อันนี้ต้อง define อาจจะเป็น สมาชิกพรรค หาร 20 ปัดลง อะไรแบบนี้)ต้องส่งผู้สมัตรลงเลือกตั้งอย่างน้อย x คนไม่งั้นโดนยุบ <– กันการบอยคอตแบบคราวนี้ แต่น่าจะมีปัญหานิดหน่อยกับพรรคเล็ก พรรคน้อย อาจจะแก้ไขได้ด้วยมาตราเพิ่มเติม ผมว่าดู fair นะ ถ้าประชาชนมี “หน้าที่” ไปเลือกตั้ง พรรคการเมืองก็น่าจะมี “หน้าที่” ลงเลือกตั้งเหมือนกัน
2) พรรคเดียวกัน เป็นได้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ??? <– อันนี้ ดูเหมือนจะ ฮั้วกันเล่น ไม่ดี ไม่ดี
3) เลือกให้คนเป็นฝ่ายค้านด้วย ? คือมีเลือกให้เป็นรัฐบาล และ เลือกให้เป็นฝ่ายค้าน ถ้า พรรคเดียวกันชนะทั้งคู่ ก็ให้พรรคนั้นเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง <– ดูหลุดโลกไปนิดนึง แต่ผมว่ามันไม่อุดรูเดิมเรื่อง รัฐบาลพรรคเดียว พร้อม ฝ่ายค้านหนึ่งคนเท่าไหร่
4) เสียงรัฐบาล ไม่ว่าเกิน 280 เท่าไหร่ก็ให้นับเป็น 280? ถ้าน้อยกว่า ให้ลดมาเป็นสัดส่วนเช่นถ้ามี 300 คน คนนึงก็นับเป็น 280/300 เสียง? ถ้ารัฐบาลมีแค่ 250 คนนึงก็จะมีเสียง 250/280 เช่นเดียวกันกับฝ่ายค้าน พร้อมออกกฏเพิ่มเติมว่า รัฐบาลต้องมีคน เกิน 250 ไม่งั้นเดี๋ยว 1 คนมีค่าเท่ากับ 280 เสียงกลายเป็นประธานาธิบดีไป ดูจะบ้าเกินไป ผมว่าอันนี้ฟังดูดีนะ แต่ว่า มันจะมีปัญหา เหมือนเรื่อง 3/5 ของ อเมริกาว่า ขัดรัฐธรรมนูญ ว่าทุกคนมีสิทธิเท่ากันหรือเปล่า
5)ข้อนี้ไม่ค่อยเกี่ยว แต่อยากได้นานแล้ว ห้ามเป็นนายกเกินสองสมัย (นับตั้งแต่เริ่มใช้กฏใหม่ เพื่อความ fair ทักษิณกับ ชวนจะได้มีสิทธิ์ได้ใหม่) ผมกลัวเมืองไทย รักนายกเกินไป จนเค้าเป็นเหมือน คนที่ประเทศขาดไม่ได้
ผมไม่อยากได้นายกพระราชทานอ่ะครับ อย่าใส่มันไปในรัฐธรรมนูญใหม่เลย ไม่ได้บอกว่าในหลวงจะเลือกคนผิดหรืออะไรนะครับ แต่ผมกลัวว่าจะไม่มีคนกล้าวิจารณ์นายกพระราชทาน(อย่างมีเหตุมีผล) เนื่องจากเค้าเป็นถึงคนที่ในหลวงเลือก แล้วกลายเป็นการทำงานโดยไม่มี feedback แล้วล้มเหลว เหมือน การศึกษาไทย(ว่างว่างเขียนดีกว่า เรื่องคนสอน สอนแบบไม่มี feedback คนเรียนก็เรียนแบบไม่มี feedback)
April 9th, 2006
ตัวอย่างนี้ค่อนข้าง classic ครับ
นาย A อยู่กลางทะเลทรายมีน้ำขวดเดียว นาย B และ นาย C แอบดูอยู่
เหตุการณ์แรก
นาย B เอายาพิษใส่ขวดน้ำ เพื่อกะให้นาย A โดนพิษตาย
หลังจาก นาย B เอาพิษใส่ขวดน้ำ นาย C โยนขวดทิ้ง เพื่อกะฆ่านาย A ให้หิวน้ำตาย
ถ้าเราเห็นตอนต้นกับปลาย นั่นคือ เรารู้แค่ น้ำมีพิษ และ นาย C เป็นคนโยนทิ้ง เราควรจะยกย่อง นาย C?
เอาเหตุการณ์เดิม เพิ่มนิดนึง
นาย B เอายาพิษใส่ขวดน้ำ เพื่อกะให้นาย A โดนพิษตาย
หลังจาก นาย C เห็น นาย B เอาพิษใส่ขวดน้ำ นาย C เลยโยนขวดทิ้งไม่ให้นาย A โดนพิษตาย แล้วสุดท้าย นาย A น้ำไม่พอหิวน้ำตาย
ถ้าเรารู้ แค่ว่า นาย C เป็นคนโยนทิ้ง นาย A ขาดน้ำตาย เราควรด่านาย C?
มันอันตรายมากครับ รู้ตอนต้น ตอนปลาย แล้วเดาตรงกลาง หรือให้คนอื่นเดาตรงกลางมาป้อนให้ แล้วตัดสินใจทำอะไรด้วยข้อสรุปนั้น
คราวนี้ ถ้าข้อมูล ไม่ครบสรุปไม่ได้แล้วทำยังไง ควรด่านาย C หรือไม่ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับ ความเชื่อส่วนบุคคลแล้วครับ ว่า C ผิดจนกระทั่งพิสูจน์ได้ว่าถูก หรือ C ถูกจนพิสูจน์ได้ว่าผิด
โดยส่วนตัว ผมเชื่อว่า เราออกกฏอะไรมาที่ทำร้ายคนถูกบ้าง เพื่อเอาผิดคนผิดทั้งหมดอ่ะครับ เพราะฉะนั้น C ถูกคนกระทั่งพิสูจน์ได้ว่าผิด
April 9th, 2006