The Situation in Thailand
February 27th, 2006
สถานะการเมืองตอนนี้ ของเมืองไทย ร้อนที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในชีวิต แต่ดูไปดูมามันก็ แบบเดิมครับ ปัญหาเดิม ผมเบื่อมากที่จะเห็นประเทศที่ผมเกิด ที่ผมรักเท่าชีวิต เป็นแบบนี้ ผมซึ่งเกิดมา โชคดี มีครอบครัวที่ดี ได้รับการศึกษาที่ดี กลับทำอะไรไม่ได้ เรียกว่าไม่พยายามที่จะทำโดยสุดความสามารถเนื่องด้วยข้อจำกัดดีกว่า
ก่อนที่จะเข้าถึงเรื่องที่ผม จะสื่อ มาดูตัวอย่างเหตุการณ์นึง ที่คนคิดว่าอาจจะเป็นเรื่องปัญญาอ่อน แต่มันมีข้อคิดมากมาย ที่คนมักจะมองข้าม แล้วลืมมันไป
หลายคนอาจจะจำเรื่อง หมู่บ้านที่ห่างไกลใน ชนบท ที่ความเชื่อเรื่องผีสาง ยังมีอยู่อย่างแรง ได้ เรื่องมันก็มีอยู่แค่ว่า มีคนถูกหาว่าเป็นผีปอบ ด้วยเหตุผล วิธีการพิสูจน์ด้วยความเชื่อแบบโบราณ อย่างเช่นต้มไข่กับใบตองแล้วไข่สีเขียวอะไรแบบนี้ แล้วคนที่ถูกหาว่าเป็นผีปอบนั้น ถูกกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา จนทนไม่ไหว ต้อง ออกจากหมู่่บ้าน
แล้วในที่สุด เรื่องก็เป็นเรื่องโอละพ่อ นั่นคือ เป็นปัญหาความขัดแย้งกันภายในหมู่บ้าน ตานี่ไม่ชอบหน้าตานั่น ก็เลยหาเรื่อง กลั่นแกล้งไล่ออกจากหมู่บ้าน โดยใช้คำว่าผีปอบ
ใช่ครับ ชาวบ้านทุกคนอยากให้”ผีปอบ”ออกไปจากหมู่บ้าน ไม่มีใครรู้หรอกว่าทำไมเค้าถึงเชื่อว่าเค้าเป็นผีปอบแต่ว่าเค้าเป็นผีปอบอ่ะ ผีปอบไม่ดี แล้วพอผีปอบออกไปแล้วชาวบ้านก็ ดีใจ ภูมิใจ ในการมีส่วนร่วมในการไล่ผีปอบออกไป แต่ผลที่ได้รับจริง ๆ คืออะไรครับ “ผีปอบ” ก็ออกโทรทัศน์ หมู่บ้านก็ถูกคนประนาม ไม่มีใครอยากเข้าไป คบค้าสมาคมกับหมู่บ้านนั้น
มาเข้าเรื่องที่ผมจะสื่อนะครับ มาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้กันครับ
เรื่องมันก็มีอยู่แค่ว่า มีนายกถูกหาว่าเป็นทรราช ด้วยเหตุผล วิธีการพิสูจน์ด้วยลมปากกับการใช้logic แบบ circular ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่พยายามเข้าใจ คนฟังก็ฟังแบบเป็น input ไม่เคยไตร่ตรองไม่เคยพยายามเข้าใจ เห็นแล้วหน่ายแทน
เอะอะ ปาว ปาว ก็บอก ขายชาติ ขายชาติ หนึภาษี หนีภาษี โกง โกง ใช้คำให้มันตรงประเด็นสิครับ ขายชาติก็บอกชัด ๆ สิครับ ว่า ขายชาติอย่างไร FTA ใช่ไหม ลองไปดูซะว่า FTA มันดีอย่างไรเสียอย่างไร อย่าไปฟังคนบ้าพูด แต่ข้อเสียของ FTA อย่าไปฟังไอ้พวกบ้าอีกพวกนึง ว่า FTA มันดีตอลดกาล ไม่มีข้อเสีย แปรรูป ก็ดูสิครับ ว่าแปรรูปแล้วดีอย่างไร เสียอย่างไร ไม่งั้นคุณก็ไม่ต่างกับพวกที่เดินเรียกร้องรัฐธรรมนูญปาว ๆ แต่ไม่เคยรู้เลยว่ามันเขียนว่าอะไร เรื่องหนีภาษี ลองไปอ่านว่า กลต เค้าบอกว่าอย่างไร เรื่องซุกหุ้นเนี่ยเหนื้อย เหนื่อย ลองไปดูครับว่า บ้านที่มีคนใช้ทำงานให้เป็นสิบ ๆ ปี คนใช้เค้าอยู่ดีกินดีอย่างไร ดีกว่าคนชั้นกลางด้วยซ้ำ โกง ๆ ๆ ก็ตรวจสอบสิ อย่าบอกว่าทำไม่ได้ ทำไม่ได้ ก็เล่นขี้เกียจทำกันแล้วก็อ้างนู่น นี่ เห็นแล้วเหนื่อย
ถ้าคุณเป็นหนึี่งในคนที่เชื่อว่า นายก โกง ๆ ๆ ขายชาติ ๆ ด้วยเหตุผลแบบ พ่อค้าทุกคน ต้องนึกถึงกำไร ทักษิณเป็นพ่อค้า ทักษิณ โกง ผมว่าคุณควรจะเงียบหยุดโชว์ความมี logic แบบ circular ของคุณดีกว่า คุณ จะพิสูจน์ว่า A เป็นจริง ด้วยการ สมมติว่า A เป็นจริงอยู่
ถ้าคุณเชื่อว่าทักษิณโกง ด้วยเหตุผล ที่ไปฟัง คุณสนธิ หรืออ่าน manager.co.th บอกว่าทักษิณเลว ๆ ๆ ด้วยการฟังความข้างเดียว คงไม่ผิดนักที่ผมจะเรียกว่า คุณกำลังถูกจูงจมูกอยู่ เช่นเดียวกันกับ การบอกว่าทักษิณเป็นพระเจ้า แต่ไม่ได้ฟังเลยว่า FTA มันมีผลเสียอย่างไร ฉันรู้ว่าทักษิณ ดีอย่างเดียว คุณก็กำลังถูกจูงจมูกอยู่เช่นกัน
แน่นอนครับ คนทุกคนเค้าอยากให้ คนที่โกงชาติออกไป แต่เค้าโกงจริงหรอ สิ่งที่คุณนำมาพิสูจน์ว่าเค้าโกง ต่างจากต้มไข่กับใบตองแล้วมันสีเขียวตรงไหน แต่นอนครับ ถ้าเราไล่คนโกงชาติออกไป เราได้ทำการกู้ชาติ แต่ถ้าเรากู้ชาติ ออกแสดงพลังประชาชน ว่าพวกเราสงสัยปุ๊บ แกผิดทันทีแล้วเราจะ กดดัน boycott ต่าง ๆ นานา นั่นเค้าไม่เรียกว่าประชาธิปไตยแล้วครับ ไม่เรียกว่าพลังประชาชนด้วยซ้ำ มันเรียกว่า กฏหมู่ ศาลเตี้ย และแทนที่เราจะกู้ชาติ มันกลายเป็นว่าเรา ทำลายชาติด้วยซ้ำ คิดดูง่าย ๆ ครับ ถ้าคุณเป็นนักลงทุน คุณจะไปเปิดบริษัทในประเทศที่ ประชาชนคิดจะทำอะไรก็ทำ และถ้าประชาชนสงสัยว่าบริษัทนี้โกง ด้วยเหตุผลแบบต้มไข่กับใบตองแล้วสีเขียว บริษัทคุณจะโดนถล่มทันที ผมคนนึงครับที่จะไม่ไปลงทุน
การใช้สิทธิทางรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ดีครับ ไม่พอใจ สงสัย ก็ทำกันไปตามกติกา ไม่ใช่เอะอะ ฉันไม่พอใจ ฉันก็จะกดดัน ฉันจะเดินขบวน คนที่ตามกันไปแบบไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่ ก็เยอะ แค่ใช้สื่อ ใช้สโลแกนดูเท่ ๆ อย่างเช่นกู้ชาติ ไล่ทรราช เป็นต้น คนก็ตามเป็นแถวแล้วครับ ทุกคนอยากกู้ชาติ ทุกคนอยากไล่ทรราช แต่ สิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่ มันใช่สิ่งที่เราเรียกมันหรือ เรายังไม่รู้เลยว่าทรราชมีอยู่จริง เรายังไม่รู้เลยว่าเราจะกู้ชาติจากอะไร แต่เราจะกู้ชาติ เราจะไล่ทรราช คุณไม่รู้สึกว่าโดนหลอกไปหรือครับ
เรื่องโดนหลอกไปเดินเล่นนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเมืองไทย ตอนผมเด็ก ๆ ผมจำได้ว่า มีม็อบธงเขียวเรียกร้องรัฐธรรมนูญใหม่ ผมยังจำได้ติดตาว่ามีอีกกลุ่มนึงชื่อ อภิรักษ์จักรี หรืออะไรทำนองนี้ ไม่อยากได้รัฐธรรมนูญใหม่ โดยให้เหตุผลว่า รัฐธรรมนูญใหม่เป็นระบอบประธานาธิบดี ไม่เอา มันทำให้ผมคิดได้ว่า อย่างน้อยเค้าก็อ่าน ว่ารัฐธรรมนูญใหม่เขียนว่าอะไรและเค้าคิดว่ารัฐธรรมนูญใหม่เป็นอย่างไร ผมย้อนกลับไปคิดถึงกลุ่มธงเขียว ที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ คนที่ถือธงเขียว ๆ แย้ว ๆ ทั้งแหล่เนี่ย มีคนอ่านว่ารัฐธรรมนูญใหม่เค้าเขียนว่าอะไร อยู่เป็นสัดส่วนเท่าไหร่ มันดีกว่าอันเก่าอย่างไร แล้วทำไมมันถึงดีกว่า ถ้าไม่รู้แล้วไปถือธงเขียวทำไม เพราะคนถือเยอะ อย่างนั้นหรือ ใครไม่ถือเชยงั้นหรือ หรือว่าเค้าไปเดินด้วยเหตุผลว่า กูจะเดิน กูจะเอาอันใหม่ มันเขียนว่าอะไรกูไม่รู้
การสังเกตครั้งนั้นถือว่าเป็นการเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง อย่างสิ้นเชิงก็ได้ครับ เด็ก ๆ แน่นอนใครทำอะไรก็ทำตาม คนส่วนมากเห็นว่าอย่างไรก็อย่างนั้้น แหละถูก แต่ถามว่าก่อนหน้านั้นผมได้ไตร่ตรองก่อนหรือไม่ รู้หรือเปล่าว่าทำอะไรลงไป บอกไปเต็มปากครับ ว่า ไม่รู้ ผมทำตามคนอื่น แต่หลังจากการสังเกตครั้งนั้นแล้ว ดีหรือเลว ถูกหรือผิด ผมเชื่อว่าไม่ได้อยู่ที่จำนวนคนเชื่ออีกต่อไป ใช่ครับทุกคนมีสิทธิแสดงออกทางความเห็น การใช้สิทธิ กับ การทิ้ง(waste)สิทธิ นั้นมันต่างกันนิดหน่อยครับ ถ้าคุณได้คิดไตร่ตรองก่อนที่คุณจะเลือกแล้ว นั่นเรียกว่าใช้สิทธิครับ แต่ถ้าคุณได้แต่ ตาม ๆ ชาวบ้านไปด้วยเหตุผลแบบ ไข่ต้มใบตองแล้วสีเขียว คุณกำลังทิ้งสิทธิคุณอยู่
ผมไม่สนใจครับ ว่าคุณจะเห็นด้วยกับการให้นายกลาออกหรือไม่ ผมสนใจอย่างเดียวครับ ว่าคุณคิด คุณไตร่ตรองหรือยัง ว่าจะให้นายกออกหรืออยู่
ถ้าคุณมีเหตุผลมากกว่า ไข่ต้มกับใบตองแล้วเขียว เชิญครับ เซ็นอะไรก็เซ็น เดินขบวนที่ไหนก็เชิญครับ สิทธิของคุณ บอกเหตุผลที่มากกว่าไข่ต้มใบตองแล้วเขียว กับผมด้วย เผื่อผมจะเซ็นเป็นเพื่อน จะเดินเป็นเพื่อน
Powered by Qumana
Entry Filed under: Uncategorized
Leave a Comment
Some HTML allowed:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>
Subscribe to the comments via RSS Feed