Archive for December, 2005
It’s always annoying when I have to convert a tab-deliminated file to a html table so that I can post it on my project website. I usually did it by hands. Yes, it was dumb. I was trying to find a freeware to do this for me but I couldn’t find one. I was trying to use excel. It put too much junk in my html table. So, I decided to write a little program that read from standard input the tab deliminated file and write html table to stdoutput. Ex: java HtmlTable < input.txt > output.txt.
Note that you need to compile it first: to compile just type javac HtmlTable.java.
Click to Download
December 14th, 2005
นี่คือข้อความในใบปลิว ที่นักศึกษา(ตามข่าว)รามคำแหงประมาณ 10 คน แจกในวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2548. และโดนขู่ ประชาทัณฑ์จากคุณสนธิ
สำนวน ไม่ใช่เล่นเลยครับ อ่านแล้วคิดเองครับ คัดลอกมาจากhttp://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P3942593/P3942593.html
พ่อครับ ผมกลัว
พ่อครับ
ผมรู้ว่าพ่อไม่อยากให้พวกเราพี่น้องทะเลาะกัน เพราะหลายครั้งแล้วที่ลูกๆ ของพ่อทะเลาะกัน ตีกันถึงเลือดตกยางออก ราวกับว่าไม่ใช่พี่น้องกัน ราวกับว่าไม่ได้มีพ่อคนเดียวกัน และราวกับว่าเป็นลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน แต่จริงๆ แล้ว ทุกคนก็รู้ว่าพ่อแม่สั่งสอนตลอด แต่ลูกๆ ของพ่อ ไม่จำและไม่นำมาปฏิบัติมากกว่า
หลายครั้งที่ลูกๆ ของพ่อ ทะเลากัน ตีกันบาดเจ็บ บางครั้งก็เลยเถิดถึงขั้นล้มตาย เพราะไม่มีใครยอมใคร มีแต่คนอยากเอาชนะ ไม่มีใครอยากเป็นคนแพ้
ทุกครั้งที่ลูกๆ ของพ่อทะเลาะกัน ตีกัน ทำร้ายกัน จนทำให้ข้าวของในบ้านของเราตกแตกเสียหาย มีความแตกแยกของพี่น้อง พ่อจะเข้ามาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยยุติปัญหา และขอให้หยุดทะเลาะกัน ซึ่งพวกเราทุกคนในบ้านรู้ดีว่า ถ้าหากว่าพ่อพูดแล้ว เราทุกคนต้องหยุด ต่อให้จะโกรธเคืองกันรุนแรงขนาดไหน ถึงขั้นจะต้องฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง พวกเราก็จะต้องหยุด เพราะพวกเราทุกคนรักและเคารพ เทิดทูนพ่อมากที่สุด
ผมรู้ดีว่าในหัวใจของลูกๆ ทุกคน มีพ่อเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ
ไม่มีใครหรืออะไรจะมาเทียบเท่าความรักของพ่อที่มีต่อลูกๆ ทุกคนได้อีกแล้ว
ผมยังจำได้ดี เมื่อ 13 ปีที่แล้ว พ่อเคยสอนพวกเราทุกคนในบ้าน ว่าจะสู้กันไปทำไม จะเอาชนะกันไปทำไม ถ้าเป็นชัยชนะบนความพ่ายแพ้ของบ้านเรา…
Continue Reading December 10th, 2005
สนธิ- ขออนุญาตเรื่องที่เป็นอัปมงคลก่อนให้มันจบๆ ไป แล้วค่อยมาพูดเรื่องที่เป็นสิริมงคลกับชาติบ้านเมือง เหมือนทุกๆ ครั้งที่พวกเรามาชุมนุมกันด้วยจิตใจ และพลังที่บริสุทธิ์ ทุกครั้งที่มีการชุมนุมแบบนี้ก็จะมีขบวนการที่ถูกเตรียมมาเพื่อจะก่อกวนพวกเรามากมาย ขบวนการล่าสุด มีการจ้างนักเลงหัวไม้จากแถวบ่อนไก่ บางโพงพาง ซึ่งเป็นพื้นที่แถวๆ คลองเตย พื้นที่ใครผมก็ไม่รู้ เอามาเพื่อมาก่อกวน ล่าสุดนี้แอบส่งคนใส่เสื้อแขนสั้นสีขาวเข้ามาในพื้นที่สวนลุมฯ ประมาณ 10 คน แล้วก็ห่ออะไรมาก็ไม่รู้เพื่อที่จะให้เกิดเสียงดังๆ แล้วก็ทิ้งไว้ที่ถังขยะ พ่อแม่พี่น้องที่อยู่ข้างนอกช่วยจับตาดูหน่อยว่าใครผิดปกติบ้าง แล้วให้บอก รปภ.เราที่มีปลอกแขนสีเขียว จะได้จับมาแล้วประชาทัณฑ์เสียให้เข็ด ท่าน รปภ.ครับ และพ่อแม่พี่น้องข้างนอกช่วยจับตาดูให้หน่อย ถ้าเจอแล้วช่วยหน่อยเถอะ เพราะว่ามันบางครั้งต้องถึงเวลาที่จะต้องสั่งสอนคนพวกนี้บ้าง ว่าพลังประชาชนนั้นมาเล่นกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นพวกคุณที่รับเงินรับทองมา มีหลายวิธี อาทิตย์ที่แล้วที่ผมไม่อยู่ เอ้อ สองอาทิตย์ที่แล้ว ไปใส่เสื้อ ไปทำมานะว่า “เรารักสนธิ” เพื่ออะไรรู้ไหม เพื่อมาก่อกวนหาเรื่อง แล้วก็จะบอกว่าเป็นพวกผม ผมไม่เคยทำอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่เคย แล้วเอาอันโน้นอันนี้ไปแจก คุณสโรชา แล้วทำให้ประชาชนสับสน เพราะฉะนั้นแล้ว พวกคุณที่รับเงินรับทองมา ก็รับเขามาเถอะ ไม่เป็นไร แล้วก็มานั่งฟัง มานั่งฟัง เผื่อคุณจะเกิดปัญญาบ้าง แล้วคุณก็ได้เงินมาฟรีๆ อย่าไปทำอะไรเลย เชื่อผมสิ นะ อย่าไปเสี่ยงเลยนะ พวกที่ใส่เสื้อแขนสั้น 10 คน นี่อยู่ที่ไหนข้างนอกนะฮะ ช่วยจับตาดูกันหน่อยก็แล้วกันนะฮะ เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว อยู่ข้างนอกประมาณ 10 คน พ่อแม่พี่น้องข้างนอกจับตาดูนิดหนึ่งแล้วก็แจ้งให้ทราบ
เอาล่ะ เรื่องอัปมงคลหมดไปแล้ว เรามาพูดกันเรื่องสิริมงคลต่อไป
ปากพาจนจริง ๆ rating ตกฮวบแน่นอนครับแบบนี้
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9480000169650
December 10th, 2005
I’m really worried about Thailand Education now. The real problem is not about the kid nor the official curriculum; it’s about how students were taught. If you are not Thai, the curriculum in Thailand is almost fixed. It’s fixed for main subjects scienes, math, social science and languages. Student studied way way way too hard. Can you imagine a school in which school starts at 8.30 and ends at 4.30 every single day?
Students in Thailand are like flower pots where empty teachers throwing in seeds. Teachers throwing in seed and expect them to have seeds. Some of them have holes; so, they cannot carry much. They could not carry much seed. Some of them do not have any holes; they have all the seeds teachers expected. Many thought that this is a perfect idea of education. What happen when students could not hold seeds? Teacher blame at students to have “holes”. This is silly. If you were to know that that flower pot have holes why do not you throw your seeds avoiding the hole?
Anyway, I am not only going to blame the teachers of this failure. The one in my mind is to think of students as flower pot but with soil in it. Some of them have soil that you can grow veggie. Some of them have soil that you can grow flowers. Some of them have soil that you can grow various kind of plants. I believe that none of them have soil that you cannot grow anything on it. And the teachers’ job is to experimenting on what kind of plant grow on which flower pot. And throw the right kind of seed in to those pot. The teachers should not expect them to have the seed; teachers should expect them to grow not just to have a seed.
Thailand loses many great soil due to the system. Thailand taught math as if it were a plug and chuck subject(pluging in numbers into the formula not proving). Thailand taught physics as if it were another plug and chuck subject. Thailand taught biology and chemistry as if they were a memorizing subject not an experimenting subject. Thailand taught religion(Buddism) and ask what the name of Buddha’s first student is. I do not know if those who made the curriculum know the heart, the purpose of those subjects or not. The heart of math is to reason not to do what I shall call symbolic manipulation. The heart of physics is to build up a model thereby understanding the nature and being able to predict stuff. The heart of biology and chemistry is not to memorize weird names. Knowing more of those weird names does not show any of your intellectual ability. The heart of biology and chemistry is to know how to design and conduct a smart experiment. Like the heart of computer science is not to know many algorithms nor many programming languages nor memorizing those weird API’s. It is to be able to understand algorithms which one is faster and to come up with a better one.
Thai government should see this problem and consider it seriously. This flaw has serious effect in long term. Please, I beg, take care of this problem.
December 4th, 2005
Freemac0-5.wdgt.zip
Bug fix: Ampersand signs are displayed correctly.
December 3rd, 2005
ได้รูปมาจาก คุณ IRQ5แห่งพันทิพย์
มีคนสงสัยว่ารูป การ์ตูนที่ผมได้มา to scale หรือเปล่า คุณ IRQ5 เค้าทาบให้ดูอ่ะครับ ได้ scale ใช้ได้เลย
คราวนี้ มีทฤษฏีใหม่ว่า พื้นที่ใช้ คือสีแดงและสีส้มรวมกัน สีแดงคราวที่แล้วได้มา 65,000 คน
สีส้มสองอันรวมกันประมาณ 2/3 ของสีแดง เพราะฉะนั้ัน สีส้มจะนับได้ ~45,000 คน
รวมแล้ว อัดได้ 110,000 คนครับ (ขอย้ำคำว่าอัด อีกที ว่าแน่นสุด ๆ ครับ 4 คนต่อตารางเมตรเนี่ย)
เพื่อประกอบการพิจารณาครับ
ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง
นับครั้งที่ 1
นับครั้งที่ 2
กระทู้คุณ IRQ5
December 2nd, 2005
เห็นว่าลุงหมักแก ขู่คุณสนธิเรื่อง มาตรา 63 มาดูกันครับว่ามันเขียนว่าอะไร
มาตรา 63 บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้
หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทาง
ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ มิได้
ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง
ผู้รู้เห็นการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง
และยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว
แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้พรรคการเมืองใดเลิกกระทำการตามวรรคสอง
ศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งยุบพรรคการเมืองดังกล่าวได้
เท่าที่ดูแล้ว ผมว่าคุณสนธิไม่ผิด มาตรานี้ครับ คุณสนธิไม่ได้ “ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้
หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ” ซักหน่อยหนิครับ ลุงหมัก กลับไปทำรายการชิมไปบ่นไป เหมือนเดิมดีกว่าครับ รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ยิ่งพูด ยิ่งเลอะ
แต่ถ้าลุงหมักจะขอให้ “ให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง
และยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว” ย่อมได้ครับ แต่ว่าเค้าจะบ้าจี้ตามหรือเปล่าอีกเรื่องนึงครับ
December 1st, 2005
รู้สึกว่าเว็บผมเดี๋ยวนี้จะมีคนเข้าเยอะ ผิดลูกหูลูกตา
วันนี้ผมจะเขียนเรื่อง ทักษิณคิดเลขครับ
ถ้าจำไม่ผิด ทักษิณเคยไปสอนเลขที่ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย(ถ้าผิดช่วยบอกด้วยนะครับ) ครั้งนึงออกทีวี แล้วให้โจทย์ต๊อง ๆ สองสามข้อ
คราวนี้ลองมาดูครับ ว่าครูทักษิณคิดเลขอย่างไร
ครูทักษิณบอกว่า คนไปเมืองไทยรายสัปดาห์ มี แปดพัน คน โดยใช้ google earth
neglect the fact that ทักษิณ ปากพาจน เรามาดูกันครับ โดยใช้พื้นที่ที่ผมใช้ ในการคิด จำนวนคนครั้งที่สอง(16000 ตารางเมตร) นั่นหมายความว่า จะได้ กัน คนละ 2 ตารางเมตร ใหญ่ขนาดไหนหรือ สมมติว่าคุณสูง ประมาณ 1.50 เมตร คุณนอนสองทีให้ตั้งฉากกันอ่ะครับ คุณจะได้ พื้นที่ 2 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่โตพอตัว(นอนได้)
ผมว่าคราวหน้า ได้มีคนไปฟังสนธิ สามแสนคน แล้วคนนับ อีกสองแสนคน ทำให้พอดีกับทีสนธิคาดไว้แน่ครับ
December 1st, 2005